วันอังคารที่ 15 กันยายน 2569

เนคเทค สวทช. ยกระดับ “ปทุมมา” สู่ Pathumma Connect เปลี่ยน AI ไทยจาก “ตอบคำถาม” สู่ “ลงมือทำงาน"

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรมนักวิจัยพบสื่อมวลชน หรือ NSTDA x Press Interviews ประกาศยกระดับระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ “ปทุมมา” (Pathumma) จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่สัญชาติไทย Pathumma LLM สู่ “Pathumma Connect” แพลตฟอร์ม Agentic AI ที่เชื่อมโยงเครื่องมือ ข้อมูล และบริการของหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยก้าวจากการ “ตอบคำถาม” ไปสู่การ “ลงมือทำงาน” ให้กับภาครัฐ ภาคการศึกษา และประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ บนโครงสร้างพื้นฐาน AI อธิปไตยของประเทศ

จุดเริ่มต้น: Pathumma LLM โมเดลภาษาไทยของคนไทย

ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า Pathumma LLM คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่เนคเทค สวทช. พัฒนาขึ้นบนรากฐานงานวิจัยด้านการประมวลผลภาษาและเสียงภาษาไทยที่สั่งสมมากว่า 20 ปี เปิดตัวเมื่อปี 2567 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้าง AI ที่เข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ซึ่งโมเดลจากต่างประเทศยังมีข้อจำกัดที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าโมเดลที่พัฒนาขึ้นเพื่อภาษาไทยโดยตรง

ทั้งนี้ Pathumma LLM (https://aiforthai.in.th/pathumma-llm/) ที่เนคเทค สวทช. พัฒนาขึ้นรองรับการทำงาน 3 โหมด ได้แก่ ข้อความ (Text) ภาพ (Vision) และเสียง (Audio) และเปิดให้นักพัฒนา หน่วยงาน และผู้สนใจดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีในรูปแบบโมเดลเปิด (Open Model) ผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างอธิปไตยด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลของประเทศ ที่หน่วยงานสามารถนำไปติดตั้งใช้งานในระบบของตนเองได้โดยข้อมูลไม่รั่วไหลออกนอกองค์กร

จากโมเดล สู่บริการที่ใช้งานจริง

ดร.ศราวุธ คงยัง หัวหน้าโครงการ Pathumma LLM กล่าวเสริมว่า ตลอดปี 2568 เนคเทคต่อยอด Pathumma LLM สู่บริการ AI ที่หน่วยงานนำไปใช้ได้ทันที อาทิ DocChat ระบบถาม-ตอบจากเอกสาร, DocGen ผู้ช่วยร่างเอกสารราชการ เช่น TOR MOU และข้อเสนอโครงการ, DocTOR ระบบตรวจทานเอกสาร และ PartiiNote ระบบถอดความและสรุปการประชุมอัตโนมัติ รวมถึง LangMind แพลตฟอร์มที่ช่วยให้หน่วยงานสร้าง AI Chatbot ของตนเองได้จากเอกสารความรู้ที่มีอยู่ โดยทุกคำตอบอ้างอิงเอกสารจริงของหน่วยงานและส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อไม่มั่นใจ

บริการเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในหลายหน่วยงาน เช่น ระบบผู้ช่วย AI สนับสนุนการปฏิบัติงานภายในกรมสรรพากร ระบบผู้ช่วยการเรียนการสอน (AI Tutor) ในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนระบบสนับสนุนข้อมูลด้านภาษี การจัดซื้อจัดจ้าง การเกษตร และการวิเคราะห์เชิงลึกด้านทรัพยากรน้ำ

ก้าวสำคัญ Pathumma Connect — จากตอบคำถาม สู่ลงมือทำ

ล่าสุด เนคเทค สวทช. ยกระดับระบบนิเวศปทุมมาอีกขั้นด้วย “Pathumma Connect” แพลตฟอร์ม Agentic AI ที่เชื่อมโยงเครื่องมือ ข้อมูล และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันผ่านสถาปัตยกรรม MCP (Model Context Protocol) ทำให้ผู้ช่วย AI ไม่ได้เพียงตอบคำถาม แต่สามารถทำงานหลายขั้นตอนให้เสร็จในบทสนทนาเดียว เช่น ตรวจสอบสิทธิ เตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม และติดตามสถานะแทนผู้ใช้

Pathumma Connect ครอบคลุมการใช้งาน 7 โดเมน ได้แก่ เกษตร (Agri) ภาครัฐ (Gov) น้ำ (Water) ท่องเที่ยว (Travel) วัฒนธรรม (Cultural) การศึกษา (Education) และองค์กร (Insight) ซึ่งเป็นคลังความรู้ภายในองค์กรพร้อมระบบสิทธิ์การเข้าถึงที่ปลอดภัย

ในภาครัฐ เนคเทคร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พัฒนาต้นแบบ AI Agentic Chatbot กลาง ที่ให้ประชาชนสอบถามบริการภาครัฐจากหลายหน่วยงานผ่านจุดเดียวพร้อมแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ โดยนำร่องกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการปกครอง กรมที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมสรรพากร และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

เสียงจากผู้พัฒนาโมเดลภาษาสัญชาติไทย

Pathumma LLM เกิดจากความเชื่อว่าคนไทยต้องมี AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทของเราเองอย่างแท้จริง วันนี้เรากำลังพาปทุมมาก้าวต่อไป จากโมเดลที่ตอบคำถามได้ สู่แพลตฟอร์มที่ลงมือทำงานให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐได้จริง โดยที่ข้อมูลของประเทศยังอยู่ในมือของประเทศ

“เป้าหมายของ Pathumma Connect คือการทำให้ทุกหน่วยงานภาครัฐมีผู้ช่วย AI ของตัวเองได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ หน่วยงานที่ยังไม่มี Chatbot สร้างได้เองด้วย LangMind หน่วยงานที่มีอยู่แล้วเชื่อมต่อผ่าน Common API แล้วทั้งหมดจะเชื่อมกันเป็น One Chatbot ที่ประชาชนถามทุกเรื่องภาครัฐได้ในจุดเดียว” ดร.ศราวุธ กล่าวย้ำ

ก้าวต่อไป Pathumma Connect

เนคเทค สวทช. อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับ ก.พ.ร. และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขยายผลสู่ Government AI Platform as a Service แพลตฟอร์มกลางที่ช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนของภาครัฐ พร้อมขยาย Pathumma Connect ให้ครบทั้ง 7 โดเมน เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ