วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569

ออม-หลิง นำทัพไทยปั๊ม EMV เกือบหมื่นล้าน Fashion Month โต 64%

พลัง Celebrity Marketing “ออม-หลิง” นำทีมนักแสดงไทยปั๊ม EMV เกือบหมื่นล้านในงานปารีสแฟชั่นวีคและงานมิลานแฟชั่นวีค ขณะที่ภาพรวม Fashion Month โต 64% คิดเป็นมูลค่า 39,680 ล้านบาท

พลังนักแสดงไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้ให้แบรนด์แฟชั่นหรูระดับโลก หลังรายงาน Fashion Month ฤดูกาล Spring/Summer 2027 ระบุว่า งานแฟชั่นวีค 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปารีส มิลาน นิวยอร์ก และลอนดอน สร้างมูลค่าสื่อที่ได้รับจากการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย (Earned Media Value: EMV) รวม 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,680 ล้านบาท เติบโต 64% เทียบจากฤดูกาล Fall/Winter 2026 ที่ทำได้ 755 ล้านดอลลาร์ หรือราว 24,160 ล้านบาท โดยเฉพาะ Paris Fashion Week และ Milan Fashion Week ที่มีนักแสดงไทยติดอันดับผู้สร้างมูลค่าสื่อหลายราย
Vogue รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Lefty แพลตฟอร์มวิเคราะห์การตลาดอินฟลูเอ็นเซอร์ว่า Fashion Month ฤดูกาลนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในโลกแฟชั่น เมื่อดาราจากซีรีส์ไทยก้าวขึ้นมามีอิทธิพลสูงในการสร้างการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่แบรนด์ต่างๆ ใช้ทั้งนักแสดงที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และบุคคลที่มีอิทธิพลเฉพาะกลุ่ม เพื่อขยายการเข้าถึงผู้ชมและสร้างเรื่องราวให้แบรนด์มากกว่าการพึ่งพากระแสไวรัลเพียงชั่วคราว

เริ่มจากงานปารีสแฟชั่นวีค ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 6 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา มีนักแสดงไทย 4 คน สร้าง EMV รวม 239 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7,648 ล้านบาท โดยเรียงตามมูลค่า EMV สูงสุดในงาน ได้แก่ อันดับ 1 ออม กรณ์นภัส สร้าง EMV 112 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,584 ล้านบาท อันดับ 2 หลิงหลิง คอง 89 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,848 ล้านบาท อันดับ 3 น้ำปิง นภัสกร 24 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 768 ล้านบาท และ อันดับ 4 เก่ง หฤษฎ์ 14 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 448 ล้านบาท

รายงาน Lefty ระบุว่า Paris Fashion Week SS27 สร้าง EMV รวม 795.6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 25,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อนหน้า โดย Dior เป็นแบรนด์ที่สร้างมูลค่าสื่อสูงสุด 360 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 11,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297% จากปีก่อนหน้า
กรณีของ Dior สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดจากการเชิญนักแสดงไทยไปร่วมชมโชว์เพียงครั้งเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และการวางแผนเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ออมและหลิงหลิงเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Dior รวมกัน 36 โพสต์ ครอบคลุมทั้งภาพลุคเดินทาง ภาพจากสถานที่จัดงาน ภาพร่วมกับแขกและทีมงาน ตลอดจนเนื้อหาบรรยากาศเบื้องหลังแฟชั่นวีค ส่งผลให้ทั้งคู่สร้าง EMV รวมกันมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6,400 ล้านบาท คิดเป็นสองในสามของมูลค่าสื่อทั้งหมดที่ Dior ได้รับในช่วงแฟชั่นวีคดังกล่าว
นอกจากเนื้อหาจากตัวนักแสดงแล้ว รายงานยังระบุว่า เนื้อหาเบื้องหลังงานแฟชั่นวีคจากคุณแม่ของออมช่วยสร้าง EMV ให้ Dior เพิ่มอีก 8.9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 285 ล้านบาท เนื้อหาส่วนนี้มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ เพราะช่วยขยายเรื่องราวของแบรนด์ออกจากช่องทางของนักแสดงโดยตรงไปสู่เครือข่ายรอบตัว ซึ่งมีลักษณะการสื่อสารเป็นกันเองและเข้าถึงแฟนคลับในอีกมิติหนึ่ง เมื่อรวมกับโพสต์ของออมและหลิงหลิง จึงเกิดการกระจายเนื้อหาหลายชั้น ทั้งจากบัญชีของแบรนด์ นักแสดง และบุคคลใกล้ชิด

ผลลัพธ์ของ Dior ยังสะท้อนว่า การสร้าง EMV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความถี่และความต่อเนื่องของเนื้อหา ความสอดคล้องระหว่างภาพลักษณ์ของนักแสดงกับแบรนด์ ตลอดจนระดับการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ การที่ออมและหลิงหลิงทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การปรากฏตัวในแฟชั่นวีคเชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Dior ได้เป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างการจัดโชว์ ไปจนถึงเนื้อหาหลังจบงาน

ส่วนงานมิลานแฟชั่นวีคจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 28 กันยายน 2569 มีนักแสดงไทยอีก 4 คนสร้าง EMV รวม 71.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,294 ล้านบาท โดยเรียงตามมูลค่า EMV สูงสุดในงาน ได้แก่ อันดับ 1 เฟย์ พีรญา สร้าง EMV 43.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,389 ล้านบาท อันดับ 2 น้ำตาล ทิพนารี 17.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 557 ล้านบาท อันดับ 3 วิน เมธวิน 6.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 195 ล้านบาท และ อันดับ 4 พีพี กฤษฏ์ 4.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 154 ล้านบาท

Lefty ระบุว่า Milan Fashion Week SS27 สร้าง EMV รวมประมาณ 311 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9,952 ล้านบาท เติบโต 27% จากปีก่อนหน้า โดยเฟย์เป็นผู้สร้าง EMV สูงสุดในตาราง Top Voices ของมิลาน จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Ferragamo และมีอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ย 8.1% ขณะที่น้ำตาลสร้าง EMV ให้ Prada ได้ 17.4 ล้านดอลลาร์ พร้อมอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ย 7.7%

เมื่อรวมเฉพาะนักแสดงไทย 8 คนที่มีตัวเลข EMV ปรากฏในตารางจัดอันดับของ Lefty สำหรับ Paris Fashion Week และ Milan Fashion Week รอบนี้ จะได้มูลค่าสื่อรวม 310.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 9,942 ล้านบาท

หากจัดอันดับนักแสดงไทยทั้ง 8 คนจาก EMV สูงสุดไปต่ำสุด อันดับ 1 คือ ออม กรณ์นภัส 112 ล้านดอลลาร์ อันดับ 2 หลิงหลิง คอง 89 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3 เฟย์ พีรญา 43.4 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4 น้ำปิง นภัสกร 24 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5 น้ำตาล ทิพนารี 17.4 ล้านดอลลาร์ อันดับ 6 เก่ง หฤษฎ์ 14 ล้านดอลลาร์ อันดับ 7 วิน เมธวิน 6.1 ล้านดอลลาร์ และอันดับ 8 พีพี กฤษฏ์ 4.8 ล้านดอลลาร์ รวม EMV ของนักแสดงไทยทั้ง 8 คน เท่ากับ 310.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,942.4 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นพลังของ Celebrity Marketing ที่มากกว่าการเชิญคนดังไปนั่งแถวหน้า เพราะนักแสดงสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเนื้อหา ขณะที่ฐานแฟนคลับช่วยขยายการมีส่วนร่วมผ่านการกดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เนื้อหา กรณี Dior ยังแสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกับนักแสดงอย่างต่อเนื่อง การกำหนดบทบาทแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างชัดเจน และการมีเนื้อหาหลายรูปแบบจากเครือข่ายรอบตัว สามารถเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม EMV เป็นมูลค่าสื่อที่ประเมินจากการเผยแพร่และการตอบสนองบนโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ค่าตัวนักแสดง รายได้ของแบรนด์ หรือยอดขายที่เกิดขึ้นโดยตรง

สำหรับแบรนด์ไทย โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือกนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ แต่ต้องเลือกบุคคลที่มีภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และสร้างเนื้อหาที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจสินค้าได้จริง พร้อมวัดผลต่อเนื่องตั้งแต่การรับรู้ การค้นหาข้อมูล การเข้าชมหน้าสินค้า ไปจนถึงยอดซื้อจริง เพราะหากวัดได้เพียงมูลค่าสื่อ แบรนด์จะรู้ว่าตนเองถูกพูดถึงมากแค่ไหน แต่ยังไม่รู้ว่าความสนใจนั้นสร้างมูลค่าทางธุรกิจกลับมาได้มากเพียงใด.