วันพุธที่ 23 กันยายน 2569

'ป้าดา' พาทายาท 'ตาเฮียง'ร้อง ป.เอาผิด จนท.ที่ดิน โอนโฉนดให้วัด ทั้งที่คดีอยู่ในศาลฎีกา

 "ป้าดา" พาทายาท "ตาเฮียง" ร้องกองปราบฯ เอาผิด จนท.ที่ดิน โอนโฉนดให้วัดป่าอดุลยาราม ทั้งที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

วันที่ 23 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” พร้อมด้วย นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดก นายวรเดช ช่างบุ ที่ปรึกษาฝ่ายทายาท และกลุ่มทายาทของ “ตาเฮียง” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินแปลงสำคัญ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นบางราย ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายวรเดช เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อติดตามดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ดินประมาณ 3-4 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งที่กลุ่มทายาทในฐานะผู้จัดการมรดกไม่เคยให้ความยินยอม และขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

นายวรเดช กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มทายาทตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับสร้างวัด ตามมาตรา 33 (2) ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์ตามมาตรา 33 (1) ตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยเห็นว่าการโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวอาจขัดต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ “พ่อเฮียง” ผู้มอบที่ดิน นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารขอตั้งวัดเมื่อปี 2541 ซึ่งระบุว่ามีสิ่งก่อสร้างจำนวน 12 รายการ แต่เมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริงกลับไม่พบสิ่งก่อสร้างดังกล่าว จึงตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการขอตั้งวัดอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย และอาจมีประเด็นต้องตรวจสอบถึงความสมบูรณ์ของเอกสารและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ด้าน น.ส.ชมมณี หรือ “ป้าดา” กล่าวด้วยความอัดอั้นว่า ครอบครัวถูกสังคมเข้าใจผิดและถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าต้องการฮุบที่ดินวัด ทั้งที่ข้อเท็จจริงครอบครัวต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิในที่ดินมรดกตกทอดมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมาเคยสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงพระผู้ใหญ่หลายรูป แต่ได้รับข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลสถานะเป็นวัดอยู่ในระบบ

“ที่ดินแปลงนี้มีความสำคัญมาก เรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ใช่ใครอยากได้แล้วจะโอนกันเอง ประเทศมีกฎหมาย เหตุใดจึงต้องมาละเมิดสิทธิครอบครัวเรา ทายาทส่งหนังสือคัดค้านไปที่สำนักงานที่ดินตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน แต่ทำไมยังมีการโอนเกิดขึ้น ทั้งที่คดียังค้างอยู่ในศาลฎีกา” ป้าดา กล่าว

น.ส.ชมมณี กล่าวด้วยว่า ทางทายาทขอฝากถึง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และนำข้อมูลของทั้งสองฝ่ายมาเปิดเผยต่อหน้ากัน เพื่อพิสูจน์ว่าเอกสารของฝ่ายใดเป็นเท็จ พร้อมขอให้คืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ทั้งนี้ กลุ่มทายาทยืนยันว่า หากท้ายที่สุดตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นฝ่ายผิดจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย