วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569

รวบ “มังกรซ่อนกาย” หนุ่มจีนถือพาสปอร์ตกัมพูชาพรางตัว หนีหมายจับคดีตุ๋นคริปโต เสียหายกว่า 100 ล้าน

ผบช.สตม. สั่งล่า “มังกรซ่อนกาย” รวบหนุ่มจีนถือพาสปอร์ตกัมพูชาอำพรางตัว หนีหมายจับคดีตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ ลงทุนคริปโต เสียหายกว่า 100 ล้าน

วันนี้ (23 ต.ค.) พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการเจ้าหน้าที่ตม.จว.ชลบุรี และตม.จว.สมุทรปราการ ตามรวบหนุ่มชาวจีนวัย 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ คดีฉ้อโกงหลอกชาวจีนลงทุนสกุลเงินดิจิทัล อ้างผลตอบแทนสูงแต่ไม่มีการลงทุนจริง สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หลังใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาพำนักในประเทศไทยเพื่ออำพรางตัวตน ก่อนตามจับได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและติดตามจับกุมชาวต่างชาติที่หลบหนีหมายจับ รวมถึงผู้ที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย โดยมี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. รับนโยบายและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ถือสัญชาติกัมพูชาอีกสัญชาติหนึ่ง และใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการพำนักอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่มีหมายจับในข้อหา “ฉ้อโกง” ของศาลแขวงพระนครเหนือ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจากแหล่งข่าวและเฝ้าสะกดรอยจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

กระทั่งวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว พบผู้ต้องหาอยู่ภายใน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับพฤติการณ์ในคดี ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายชาวจีนให้นำเงินมาร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่แท้จริงแล้วไม่มีการลงทุนตามที่กล่าวอ้าง ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ได้กำชับทุกหน่วยในสังกัดให้เร่งรัดติดตามจับกุมชาวต่างชาติที่หลบหนีคดี โดยเฉพาะผู้ที่ถือหลายสัญชาติหรือใช้หนังสือเดินทางต่างประเทศเพื่อปกปิดตัวตน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิด และ สตม. พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด