“นิด้าโพล”เผยผลการสำรวจ เรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่13-15 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชน ต่อพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย พบว่า
1. การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ตัวอย่างร้อยละ 94.05 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ค่อนข้างอันตรายร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจและร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
2. การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดินไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ตัวอย่าง ร้อยละ 82.14 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
3. การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติ ตัวอย่าง ร้อยละ 81.76 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 14.20 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
4. การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมดเฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกัน ทำให้คนไทยขาดรายได้) ตัวอย่าง ร้อยละ 81.29 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
5. การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจ หรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ตัวอย่าง ร้อยละ 81.21 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 15.88 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 2.37 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
6. การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชน หรือเมืองของชาวต่างชาติ ตัวอย่าง ร้อยละ 77.48 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 17.79 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.89 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
7. การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ตัวอย่าง ร้อยละ 72.98 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.51 ระบุว่าไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
8. การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยวเป็นต้น ตัวอย่าง ร้อยละ 65.42 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 5.65 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
ด้านพฤติกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ ที่เคยพบเห็นด้วยตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 35.95 ระบุว่า ไม่เคยพบเจอพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ รองลงมา ร้อยละ 26.11 ระบุว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ร้อยละ 20.92 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ร้อยละ 18.85 ระบุว่า การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ ร้อยละ 17.71 ระบุว่า การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว เป็นต้นร้อยละ 14.35 ระบุว่า การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ร้อยละ9.69 ระบุว่า การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมด เฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกันทำให้คนไทยขาดรายได้) ร้อยละ 8.70 ระบุว่า การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติไทย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกระทำผิดกฎหมาย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 67.10 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รองลงมา ร้อยละ 59.31 ระบุว่า บทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง ร้อยละ 52.21 ระบุว่า นโยบายของรัฐหรือกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ร้อยละ 50.46 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของนักการเมือง ร้อยละ 48.70 ระบุว่า การเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนของคนไทยบางคน ร้อยละ 44.35 ระบุว่า การไม่ใส่ใจสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 29.54 ระบุว่า คนไทยไม่สนใจหรือไม่ตระหนักในปัญหาคนต่างชาติทำผิดกฎหมาย และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ


