คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet
ตำนานชาติเวรตามตำราโหราศาสตร์ไทยโบราณอันมีที่มาจากคัมภีร์ “เฉลิมไตรภพ” ได้เล่าถึงเรื่องราวของดวงดาว ๘ ดวง หรือเทพนพเคราะห์ทั้ง ๘ องค์ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ และพระราหู ซึ่งดวงดาวแต่ละดวงนี้ จะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มาตั้งแต่เมื่อครั้งบรรพกาล โดยที่มาตามตำนานของเทพนพเคราะห์แต่ละองค์จะมีเรื่องเล่ากล่าวถึงไว้ดังนี้
พระอาทิตย์ ตามตำนานกล่าวว่าพระอิศวรเป็นเจ้าได้นำราชสีห์ ๖ ตัว มาบดป่นเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีแดง พร้อมกับประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็นพระอาทิตย์เทพเทวาที่มีกายสีแดงงดงาม ทรงเครื่องอาภรณ์ที่ประดับด้วยแก้วปัทมราช ทรงพญาราชสีห์เป็นพาหนะ สถิตอยู่ที่อีสานทิศ ด้วยเหตุนี้จึงมีกำลัง ๖ โดยหลักโหราศาสตร์อธิบายถึงลักษณะนิสัยของพระอาทิตย์ไว้ว่า จากการที่ถูกสร้างขึ้นจากราชสีห์จึงมีความดุดัน รักเกียรติ รักความสวยงาม เจ้าชู้ ปัญญาไว ใจกล้า รักอิสระ ทะเยอทะยาน หัวแข็ง แต่มีความเป็นผู้นำสูง ทั้งยังกล่าวว่าเป็นดาวบาปพระเคราะห์ พระอาทิตย์นั้นเปรียบเสมือนดั่งพระราชา ที่ดวงดาวอื่นเป็นบริวารและต้องรองรับอำนาจจากพระอาทิตย์เทพ
พระจันทร์ กำเนิดเมื่อพระอิศวรเป็นเจ้า ทรงสร้างขึ้นจากนำนางฟ้า ๑๕ นาง มาบดป่นแล้วห่อด้วยผ้าสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน แล้วประพรมด้วยน้ำอมฤต พร้อมกับร่ายมนตราจนบังเกิดเป็นพระจันทร์เทพบุตร ที่มีกายงดงาม ทรงเครื่องอาภรณ์ประดับแก้วมุกดา ทรงม้าเป็นพาหนะ มีที่ประทับเป็นวิมานมุกดา สถิตอยู่ที่ทิศบูรพาและมีกำลังเท่ากับ ๑๕ ตามหลักโหราศาสตร์อธิบายว่า พระจันทร์จะมีลักษณะนิสัยที่อ่อนโยน รักความงาม อารมณ์อ่อนไหวเปลี่ยนแปลงง่าย แต่เมื่อคราวที่จะกล้าหาญก็กอปรด้วยพลัง ทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่งดงาม มีจิตใจบุญ เปี่ยมด้วยเสน่ห์ แต่ตามนิทานชาติเวรมักจะถูกตำหนิในเรื่องของการกระทำ
พระอังคาร ตามนิทานชาติเวรถูกสร้างขึ้นมาจากการที่พระอิศวรได้นำกระบือ ๘ ตัวมาบดป่น แล้วห่อด้วยผ้าสีแดงอ่อนหรือชมพูหม่น แล้วร่ายมนตราประพรมน้ำอมฤต จนบังเกิดเป็นพระอังคารเทพแห่งสงคราม ที่มีกายสีแก้วเพทาย ทรงอาภรณ์ประดับด้วยรัตนโกเมน ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประทับอยู่ในวิมานสีทับทิม สถิตอยู่ที่ทิศอาคเนย์ และมีกำลัง ๘ ตามหลักโหราศาสตร์พระอังคารถือเป็นดาวบาปเคราะห์ จึงมีลักษณะนิสัยใจร้อน โกรธง่าย เจ้าชู้ มีกามราคะสูง แต่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ และมีความมุทะลุ ชอบการแข่งขัน แต่มักจะไม่สมหวังในสิ่งที่หวังตั้งใจ ทำให้ชีวิตมักพบกับความยากลำบากในช่วงท้าย
พระพุธ กำเนิดจากพญาช้าง ๑๗ เชือกที่พระอิศวรได้นำมาบดป่น แล้วห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้ พร้อมกับร่ายเวทประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็นพระพุธเทวาที่มีกายสีแก้วมรกต ทรงช้างเป็นพาหนะ มีที่ประทับในวิมานสีมณี สถิตอยู่ที่ทิศทักษิณ มีกำลัง ๑๗ ตามหลักโหราศาสตร์พระพุธนั้นถูกสร้างขึ้นจากช้าง จึงมีลักษณะนิสัยที่สุภาพอ่อนโยน มีกิริยามารยาทที่เรียบร้อย พูดจาอ่อนหวานไพเราะ ถือได้ว่าเป็น “เจ้าแห่งวาทศิลป์” มีความละเอียดอ่อนในทางความคิด และมีความฉลาดในเรื่องเจรจา
พระพฤหัส พระอิศวรทรงสร้างขึ้นจากฤษี ๑๙ ตนนำมาบดป่น ห่อด้วยผ้าสีส้มแดงหรือแสด แล้วร่ายมนต์ประพรมด้วยน้ำอมฤตจึงบังเกิดเป็นพระพฤหัสเทพ ผู้เปี่ยมด้วยพลังแห่งปัญญา ที่มีกายสีแก้วไพฑูรย์ อาภรณ์ประดับด้วยสุวรรณรัตนรูจี ทรงกวางทองเป็นพาหนะ ประทับอยู่ในวิมานสีบุษราคัม สถิตอยู่ที่ทิศปัจฉิม มีกำลัง ๑๙ พระพฤหัสนั้นเป็นดาวที่มีขนาดใหญ่ ถูกสร้างจากฤษีผู้มากด้วยวิทยาคม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาจึงกอปรด้วยความรู้ ความมีศีลธรรมจรรยา มากด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง เป็น “เจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ” ที่มีความสุขุมรอบคอบเปี่ยมด้วยเมตตา และเป็นที่เคารพของเหล่าสมณชีพราหมณ์ในฐานะครูเป็นอย่างยิ่ง
พระศุกร์ กำเนิดจากพระอิศวรทรงนำคาวีหรือโค ๒๑ ตัวมาป่น แล้วห่อด้วยผ้าสีฟ้าประพรมน้ำอมฤตพร้อมกับร่ายมนตราจนบังเกิดเป็นพระศุกร์เทพ ที่มีกายสีประภัสสรเปล่งประกาย ทรงเครื่องพัสตราภรณ์อันโอภาส ทรงโคศุภราชเป็นพาหนะ ประทับในวิมานสีทอง สถิตอยู่ที่ทิศอุดร และมีกำลัง ๒๑ ตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็นดาวศุภเคราะห์ ตามตำราจึงกล่าวว่าพระศุกร์นั้นเป็นตัวแทนแห่งความรัก ความงาม มีความสุภาพสงบเสงี่ยม รักสวยรักงาม มีความศรัทธาในสิ่งที่ดีงาม เป็นที่นับถือของคนทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องของความสวยงามและศิลปะ แต่จะมีความข้องเกี่ยวกับความสุขทั้งทางโลกและทางกามคุณ และมีความโน้มเอียงไปในทางกามคุณ จึงมักถูกจัดว่าเป็นตัวแทนของราคะจริต
พระเสาร์ ตามตำนานเล่าว่าพระอิศวรทรงสร้างขึ้นจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผงแล้วห่อด้วยผ้าสีดำ ประพรมน้ำอมฤตพร้อมกับร่ายพระเวทย์ จนบังเกิดเป็นพระเสาร์เทวาผู้มีกายสีคล้ำ อาภรณ์ทรงเครื่องรัตนนิล ทรงพยัคฆ์ราชเป็นพาหนะ มีที่ประทับเป็นวิมานสีมรกตหรือสีเขียวเข้ม สถิตอยู่ที่ทิศหรดี และมีกำลัง ๑๐ ตามหลักโหราศาสตร์ พระเสาร์จัดว่าเป็นดาวใหญ่ที่รองจากพระพฤหัสบดี ถือเป็นดาวบาปเคราะห์ที่สำคัญที่สุดดวงหนึ่ง พระเสาร์จะมีนิสัยที่สุขุม รอบคอบ อดทน มีความมานะบากบั่น มีความมั่นคงหนักแน่น และมีลักษณะของผู้นำ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการทั้งความกล้าหาญ และการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่มีนิสัยดุร้าย ผูกพยาบาท รักการต่อสู้ ชอบอยู่สันโดษ จึงมักถูกมองว่าน่ากลัว ดังนั้นพระเสาร์จึงถือเป็นตัวแทนแห่งโทษทุกข์
พระราหู ถูกสร้างขึ้นจากหัวผีโขมด ๑๒ หัว ที่พระอิศวรทรงนำมาบดป่นห่อด้วยผ้าสีนิล ประพรมด้วยน้ำอมฤต จนบังเกิดเป็นพระราหูผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ กายสีดำสลัว มีมหาสุบรรณราชหรือครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลเป็นที่ประทับ สถิตอยู่ที่ทิศพายัพ และมีกำลัง ๑๒ พระราหูนั้นจะมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง รวมถึงความไม่แน่นอน มีความกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ชอบความท้าทาย ผจญภัย รวมถึงการต่อสู้ ทั้งยังเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับเคารพ จากทั้งบริวารและผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลาย แต่จะมีนิสัยเอาแต่ใจ ชอบความยิ่งใหญ่ สนุกสนานที่ไร้ขอบเขต พระราหูนั้นจะมีความสนิทชิดเชื้อกับพระเสาร์ แต่จะไม่ถูกกันกับพระเคราะห์องค์อื่น ๆ
สำหรับพระเกตุ ที่ถูกจัดเป็นนพเคราะห์ลำดับที่ ๙ นั้น บางตำรามิได้ถูกกล่าวถึง และบางตำราในคติไทยกล่าวว่า พระเกตุถูกสร้างขึ้นจากพญานาค ๙ ตน ที่พระอิศวรมาบดป่นเป็นผงแล้วห่อด้วยผ้าสีทอง พร้อมกับร่ายมนตราประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็นพระเกตุเทวา ที่มีกายเป็นทองคำ มีพญานาคเป็นพาหนะ ประทับอยู่ในวิมานสีดอกบุษบา บางตำรายังกล่าวถึงว่า พระเกตุนั้นก็คือ พระสมุทร ผู้ครองทะเลหรือเป็นเทวาที่เกี่ยวข้องกับดาวหางและดาวตกด้วย นอกจากนี้ยังมีตำนานที่กล่าวถึงเรื่องราวที่พระราหูถูกพระนารายณ์ตัดออกเป็นสองท่อน ซึ่งส่วนหางของพระราหูได้กลายเป็นพระเกตุ จึงได้ถือเป็นเทวานพเคราะห์ในลำดับที่ ๙
ตำนานชาติเวรนั้นยังมีเรื่องเล่าเป็นนิทานย่อยอีกหลายเรื่อง ที่เปรียบเปรยถึงดาวนพเคราะห์ทั้ง ๘ องค์ ในด้านความสัมพันธ์ทั้งด้านดีและไม่ดี ความเป็นมิตรและเป็นศัตรูต่อกันระหว่างเทพนพเคราะห์ โดยนิทานชาติเวรที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องโหราศาสตร์ไทย โดยเฉพาะด้านการพยากรณ์ เพราะนักพยากรณ์จะต้องนำเรื่องราวเหล่านั้น มาใช้ประกอบกับการอ่านตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้าในช่วงเวลาที่ต้องการจะพยากรณ์ แล้วจึงสรุปออกมาเป็นคำพยากรณ์ ทั้งนี้โอกาสหน้าจึงจะขอนำเสนอต่อไป


