ตำรวจแอฟริกาใต้พบศพหญิงสาวทางตะวันออกของเมืองโจฮันเนสเบิร์กในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) นับเป็นศพที่ 9 ในรอบสองเดือน ขณะที่เหตุฆาตกรรมต่อเนื่องยังคงสร้างความหวาดวิตกให้กับสาธารณชนอย่างหนัก
แอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฆาตกรรมสูงที่สุดในโลก แต่การพบศพหญิงสาวในสภาพเปลือยบางส่วนและมีร่องรอยถูกทำร้ายอย่างทารุณ ได้เพิ่มความหวาดกลัวว่าอาจมีฆาตกรต่อเนื่องหรือกลุ่มฆาตกรออกอาละวาดอยู่ในพื้นที่
ตำรวจได้ยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ในย่านเคมป์ตันพาร์ก เทศบาลนครเอคูร์ฮูเลนี และจัดตั้งจุดตรวจค้น หลังจากพบศพถึง 3 ศพในสัปดาห์นี้
สายกั้นเขตของตำรวจถูกขึงยาวไปตามริมถนนจุดที่พบเหยื่อรายล่าสุด ดึงดูดชาวบ้านในพื้นที่ให้มารวมตัวยืนดูเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในชุดคุ้มกันสีขาวเดินตรวจตรารอบบริเวณ ขณะที่ร่างของหญิงสาวถูกคลุมด้วยผ้าขาวนอนนิ่งอยู่ข้างทาง
"เราคงไม่สามารถคอยมาตามเก็บศพแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว" เทเบลโล โมสิกิลิ รองผู้บัญชาการตำรวจกล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่เกิดเหตุ
เหตุฆาตกรรมหลายรายที่เกิดขึ้นสร้างความขวัญผวาให้กับชาวบ้านอย่างมาก
"มันน่ากลัวมากค่ะ เพราะพูดได้เลยว่าตอนนี้ผู้หญิงและเด็กอย่างพวกเราไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว" เพเชียนส์ มาซา ชาวบ้านในพื้นที่กล่าว
"ฉันบอกกับคนในโทรศัพท์ว่า ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย การที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตอนเช้า มันหมายความว่าพวกเราไม่ปลอดภัยแล้วจริงๆ" ซาเนเล วิลาคาซี ชาวบ้านอีกคนกล่าว
ตำรวจได้ตั้งเงินรางวัลนำจับ 400,000 แรนด์ (ประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมฆาตกร ขณะที่พรรคพันธมิตรประชาธิปไตย (Democratic Alliance) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของแอฟริกาใต้ ได้เสนอเงินรางวัลสมทบอีก 31,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โมสิกิลิระบุว่า เจ้าหน้ที่จะเร่งสืบสวนว่าการพบศพในวันพฤหัสบดีนี้มีความเชื่อมโยงกับเหตุฆาตกรรมก่อนหน้านี้ หรือกำลังรับมือกับฆาตกรเลียนแบบกันแน่
ปัญหาความรุนแรงทางเพศเป็นภัยเรื้อรังในแอฟริกาใต้ ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ผู้หญิง 1 ใน 3 คนในประเทศนี้ต้องเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศในช่วงชีวิตของพวกเธอ แม้ว่ารัฐบาลจะให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปัญหานี้มานานหลายปีแล้วก็ตาม
หนึ่งในเหยื่อคือ อลิซาเบธ โมเซลาคโกโม วัย 38 ปี เธอทิ้งลูกสาววัย 8 ขวบไว้ที่บ้านเพื่อออกไปวิ่งออกกำลังกายและไม่เคยได้กลับมาอีกเลย ศพของเธอถูกพบเมื่อวันที่ 12 ก.ย. บริเวณหลังโรงแรมแห่งหนึ่ง
การหายตัวไปของเธอได้รับความสนใจจากสาธารณชน หลังจากเพื่อนนักวิ่งได้ร่วมกันทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดียเพื่อตามหาเธอ ซึ่งนำไปสู่การรื้อฟื้นความสนใจในคดีก่อนหน้า และส่งผลให้มีการพบศพเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
เหยื่อรายแรกเป็นหญิงวัย 37 ปี ถูกพบในสภาพเปลือยกายและถูกมัดด้วยสายเคเบิลไทร์เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ตำรวจเปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้สงสัยได้ในอีกสองวันต่อมา และผู้ต้องหาได้เดินทางขึ้นศาลแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
โมสิกิลิกล่าวว่าชายคนดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ แต่ยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้
ศพที่สองเป็นหญิงวัย 32 ปี ถูกพบเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ในสภาพมีเสื้อผ้าติดกายบางส่วน ขณะที่ศพที่สามถูกพบเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ในสภาพเปลือยกายและเน่าเปื่อยอย่างหนัก
ปันยาซา เลซูฟี มุขมนตรีประจำจังหวัด กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า "มีใครบางคนประกาศสงครามกับพวกเรา และเราจะตอบโต้กลับ เราจะไม่ยอมจำนนอย่างเด็ดขาด"
ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เจ้าหน้ที่จะ "ทำทุกวิถีทางโดยไม่ละเว้นเบาะแสใดๆ" เพื่อไขคดีฆาตกรรมเหล่านี้ พร้อมยอมรับว่า "เหตุการณ์เหล่านี้กำลังสร้างความหวาดกลัวและความไม่มั่นคงในชุมชนของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้หญิง"
เหตุฆาตกรรมระลอกนี้ดึงดูดเสียงประณามจากภาคประชาสังคมและองค์กรกีฬา ขณะที่มีเสียงเรียกร้องให้มีมาตรการจัดการกับความรุนแรงทางเพศอย่างจริงจัง ซึ่งแอฟริกาใต้ได้ประกาศให้ปัญหานี้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับชาติแล้ว
จากข้อมูลของ UN Women แอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากร 62 ล้านคน มีอัตราความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
ที่มา เอเอฟพี


