วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569

กมธ.ศาสนาฯ ยันไม่มีวาระสอบวินัยพระธุดงค์ถูกรถชน ชี้ บิดเบือนข้อเท็จจริงทำสังคมสับสน

“ประธาน กมธ.ศาสนาฯ” ยืนยันไม่มีวาระสอบวินัยพระธุดงค์ถูกรถชนใน จ.มุกดาหาร ชี้ บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำสังคมสับสน ขอตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการก่อนเผยแพร่

วันนี้ (5 ก.ค.) นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว ว่า คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ จะทำการสอบวินัยพระธุดงค์ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารนั้น ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่เคยมีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ แต่อย่างใด

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ข่าวที่เผยแพร่ออกไปได้สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งก่อให้เกิดความสับสนในหมู่คณะสงฆ์และประชาชน ทั้งที่ภารกิจของคณะกรรมาธิการมุ่งเน้นการส่งเสริม คุ้มครอง และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ไม่ใช่การดำเนินการด้านคดีอาญา หรือการสอบสวนทางวินัยของพระภิกษุ ซึ่งเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและคณะสงฆ์

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (30) ที่กำหนดให้มีหน้าที่ศึกษาวิจัย พิจารณา สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอุปถัมภ์ ทำนุบำรุง และคุ้มครองศาสนา ตลอดจนการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยไม่มีอำนาจในการสอบสวนคดีอาญาหรือดำเนินการทางวินัยต่อพระภิกษุแต่อย่างใด

“การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นอกจากจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมาธิการ และความรู้สึกของคณะสงฆ์ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสังคม จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือความแตกแยกโดยไม่จำเป็น” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการมีกำหนดเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมพระภิกษุที่มรณภาพจากอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อร่วมแสดงความอาลัย ให้กำลังใจ และรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างเหมาะสม อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทในการส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน

นางธิวัลรัตน์ ย้ำว่า คณะกรรมาธิการจะยังคงยึดมั่นในการทำงานด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และเคารพต่อหลักกฎหมายและหลักพระธรรมวินัย พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ และประชาชน เพื่อร่วมกันธำรงรักษาพระพุทธศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความสามัคคี และความไว้วางใจของสังคมต่อไป