กาญจนบุรี - เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแจงกรณีภาพผู้ป่วยนอนบนเตียงมีลักษณะคล้ายคอกกั้น ยืนยันผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะเส้นเลือดตีบหรือเส้นเลือดแตก ไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช ระบุจำเป็นต้องใช้มาตรการป้องกันการตกเตียง หลังพบผู้ป่วยบางรายมีพฤติกรรมปีนเตียง ขณะที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง และถ่ายภาพรายงานญาติเป็นประจำ
จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพการดูแลผู้ป่วยภายในศูนย์ดูแลแห่งหนึ่ง โดยพบผู้ป่วยบางรายนอนอยู่บนเตียงที่มีลักษณะคล้ายคอกกั้น จนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการดูแลและการจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยนั้น
ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ หรือแมว เจ้าของศูนย์ดังกล่าว ซึ่งเป็นอดีตพยาบาลกองทัพอากาศ ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักการดูแลผู้ป่วยด้วยเจตนาดี ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใดเจ้าของศูนย์ชี้แจงว่า ในการรับผู้ป่วยเข้ามาดูแล สิ่งสำคัญคือจะต้องสามารถอธิบายให้ญาติทราบถึงสภาพและการดูแลผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยมีแผลกดทับ ทางศูนย์จะถ่ายภาพส่งให้ญาติทุกวัน พร้อมดูแลทำแผลและพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง แม้ในช่วงเวลากลางคืน เช่น เวลา 02.00 น. ก็ต้องพลิกตัวและรายงานให้ญาติทราบ
เจ้าของศูนย์ยังกล่าวว่า เคยเดินทางไปนครกวางโจว ประเทศจีน เพื่อหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และนวัตกรรมที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น รวมถึงศึกษาหาเตียงหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วย แต่ยังไม่พบอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์การดูแลผู้ป่วยในลักษณะดังกล่าวได้ จึงพยายามปรับวิธีการดูแลให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีภาพผู้ป่วยอยู่ภายในคอกกั้น เจ้าของศูนย์อธิบายว่า ผู้ป่วยบางกลุ่มมีพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากปล่อยให้ออกไปโดยไม่มีมาตรการควบคุม อาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้ป่วยหรือบุคคลอื่นได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งอาจมีความต้องการกลับไปใช้สารเสพติดอีก แม้จะได้รับการรักษาแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เจ้าของศูนย์ย้ำว่า ผู้ป่วยไม่ได้ถูกให้อยู่บนเตียงตลอดทั้งวัน โดยปกติจะต้องออกมานั่งและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับผู้ดูแล ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยหรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น มือบวมมาก หรือไม่สามารถทำกิจกรรมได้ จึงจำเป็นต้องให้นอนพักบนเตียง
สำหรับประเด็นการใช้คอกกั้น เจ้าของศูนย์ระบุว่า เตียงมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยก็มีใช้งานภายในศูนย์ แต่ผู้ป่วยบางรายมีพฤติกรรมปีนขึ้นลงจากเตียงอยู่ตลอด หากไม่ใช้มาตรการป้องกัน อาจเกิดอุบัติเหตุพลัดตกเตียง แขนหัก หรือศีรษะกระแทก ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม
เจ้าของศูนย์ยืนยันว่า การจัดคอกกั้นดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถขยับหรือพลิกตัวได้ด้วยตัวเอง พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและนวดมือให้ผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผู้ป่วยที่ปรากฏอยู่ในภาพ เจ้าของศูนย์ระบุว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะเส้นเลือดตีบหรือเส้นเลือดแตก มีอาการเป็นอัมพาตและต้องป้อนอาหาร ไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเวชหรือมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทางศูนย์มีมาตรการดูแลแตกต่างกัน
ทั้งนี้ เจ้าของศูนย์ยืนยันว่า การดูแลผู้ป่วยมุ่งเน้นความปลอดภัยและการฟื้นฟูสภาพร่างกาย โดยพยายามให้ผู้ป่วยได้ออกมานั่ง ทำกิจกรรม และเคลื่อนไหวร่างกายตามความเหมาะสม ไม่ใช่การให้นอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา พร้อมย้ำว่าการดูแลผู้ป่วยแต่ละรายต้องประเมินตามอาการและความจำเป็นเฉพาะบุคคล


