เจาะลึกกลไกทุนอิสราเอล ซ่อนเงินบริจาคข้ามชาติพันล้านผ่านมูลนิธิบังหน้า แปลงทุนเป็นเงินกู้ระยะยาวผ่านนอมินี 29 บริษัท ยึดอสังหาฯ พะงัน-สมุย พร้อมผุดเว็บภาษาฮีบรูเลี่ยงภาษี จี้ DSI-สรรพากร-ปปง. เร่งเช็กบิล
เปิดแผนแยบยลศูนย์กลางชาวอิสราเอลในประเทศไทย: ส่องกลไก "เงินบริจาคข้ามชาติ" ซ่อนตัวในคราบมูลนิธิ เลี่ยงภาษี ฟอกเงินของยิว ที่เพจ CSILA ออกมาเปิดแผลใหญ่ ได้สะท้อนรูปแบบเครือข่ายทุนข้ามชาติที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายย้ายเงินอย่างแยบยล โดยเริ่มต้นจากกลไก "ทางผ่านเงินล่องหน" (Tax-Exempt Conduit) ผ่านองค์กรสาธารณกุศลประเภท 501(c)(3) ในสหรัฐฯ ชื่อ American Friends of Chabad of Thailand Inc. ซึ่งพบว่าตลอด 12 ปีที่ผ่านมา มีเงินบริจาคไหลเข้ากว่า 31.79 ล้านดอลลาร์ และถูกโอนออกนอกสหรัฐฯ สูงถึง 24.33 ล้านดอลลาร์ (ราว 800–1,000 ล้านบาท) โดยในแบบฟอร์มภาษี IRS (Schedule F) กลับเว้นว่างไม่ระบุชื่อองค์กรผู้รับปลายทางสำหรับรายการโอนเกิน $5,000 ตลอดหลายปี เอื้อให้ผู้บริจาคต้นทางนำยอดไปหักลดหย่อนภาษีในต่างแดน ขณะที่กระแสเงินปลายทางถูกโอนข้ามชาติโดยไร้การระบุตัวตนผู้รับ ซึ่งเป็นช่องโหว่คลาสสิกของการย้ายเงินโดยปราศจากการตรวจสอบ
เมื่อเงินถูกส่งข้ามแดนเข้ามา กลไกขั้นต่อมาคือการ "ฟอกเงินบริจาคและเงินกู้เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์" ผ่านโครงสร้างนอมินี โดยแปลงสภาพทุนต่างชาติให้อยู่ในรูป "เงินกู้ระยะยาว" แทนการเพิ่มทุนจดทะเบียน ซึ่งจากการเจาะลึกเครือข่ายธุรกิจ 29 บริษัท พบว่ามีถึง 15 บริษัทที่ระบุว่า "คนไทยถือหุ้น 100%" แต่กลับมีสินทรัพย์รวมกว่า 713 ล้านบาทที่เป็นเงินกู้ระยะยาวแทบทั้งหมด แถมยังพบความผิดปกติที่ 28 บริษัทถูกนั่งบริหารโดยกรรมการที่แปลงสัญชาติเพียงคนเดียว เทคนิคนี้ช่วยให้ทุนต่างชาติหลบเลี่ยงข้อบังคับ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และประมวลกฎหมายที่ดิน ทั้งยังใช้การจ่าย "ดอกเบี้ยเงินกู้" โอนเงินกลับออกนอกประเทศเพื่อลดฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยได้อย่างงดงาม
นอกจากนี้ ยังพบปฏิบัติการเชิงรุกผ่าน "ตลาดใต้ดินภาษาฮีบรู" ด้วยการทำเว็บไซต์เจาะกลุ่มนักลงทุนอิสราเอลโดยเฉพาะ เช่น kophanganisrael.co.il หรือแคมเปญอสังหาฯ "Soul of Thailand" เพื่อชวนเชื่อให้เข้ามาซื้อที่ดิน คอนโด และพูลวิลล่าในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างเกาะพะงัน เกาะสมุย และภูเก็ต โดยการันตีผลตอบแทนสูงถึง 6–10% พร้อมโฆษณาจูงใจว่าระบบภาษีไทยไม่มีภาษีทรัพย์สิน และชี้นำวิธีถือครองผ่านโครงสร้างนอมินีอย่างเปิดเผย ยิ่งไปกว่านั้น การทำสัญญาและรับโอนเงินมักเกิดขึ้นในต่างประเทศ (Offshore Transactions) หรือใช้ระบบการโอนเงินใต้ดิน ส่งผลให้รัฐบาลไทยและกรมที่ดินสูญเสียรายได้จากภาษีการโอนอสังหาริมทรัพย์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมหาศาล
แม้ในเอกสารจะระบุว่ายังไม่มีหลักฐานมัดแน่นที่เชื่อมโยงเงินบริจาค 24.33 ล้านดอลลาร์เข้าสู่บริษัทพาณิชย์โดยตรง และการเว้นช่องยื่นภาษี IRS อาจถูกอ้างว่าเป็นเพียงความผิดพลาดทางเอกสาร แต่นี่คือ "สัญญาณเตือนภัย" ทางเศรษฐกิจระดับชาติที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยจะถูกใช้เป็นสวรรค์ของการฟอกเงินและการยึดครองอสังหาริมทรัพย์อย่างผิดกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่เร่งด่วนของหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ปปง., กรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ที่ต้องประสานข้อมูลข้ามแดนเพื่อเช็กบิลเครือข่ายทุนสีเทานี้อย่างจริงจัง.


