วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569

รัสเซียเอาจริง! ดีเดย์1กันยายน เริ่มใช้“รูเบิลดิจิทัล”

ผู้ว่าแบงก์ชาติรัสเซียเผยขณะนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วในเชิงเทคนิคสำหรับการใช้รูเบิลดิจิทัลอย่างกว้างขวาง โดยธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบและผู้ค้าปลีกรายใหญ่จะเข้าร่วมนับจากวันที่ 1 ก.ย. อย่างไรก็ตาม ขณะที่รัสเซียเดินหน้าโปรเจ็กต์ CBDC เต็มสูบ อเมริกากลับเตรียมแช่แข็งโครงการสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางจนถึงปี 2030

แผนการสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ของรัสเซียกำลังจะเกิดขึ้นจริง หลังผ่านไปเกือบ 3 ปีนับจากที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามรับรองกฎหมายเปิดทางให้รูเบิลดิจิทัลเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

เดือนก.ค.ปีที่แล้ว สภาดูมา หรือสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย ผ่านกฎหมายที่กำหนดให้ธนาคารขนาดใหญ่ต้องเตรียมพร้อมยอมรับสกุลเงินดิจิทัลนี้ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2026

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสฯ (2 ก.ค.) อาร์ไอเอ โนวอสตีรายงานว่า เอลวิรา นาบิอุลลินา ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ประกาศระหว่างการประชุมทางการเงินของธนาคารกลางว่า จะเปิดให้ประชาชนใช้รูเบิลดิจิทัลอย่างกว้างขวางตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.ที่จะถึง

แบงก์ชาติรัสเซียระบุว่า รูเบิลดิจิทัลจะหมุนเวียนเข้าสู่ระบบรวมกับเงินสดและเงินที่ไม่ใช่เงินสด ไม่ใช่มาแทนที่เงินเหล่านั้น โดยที่ประชาชนสามารถเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านแอปธนาคารที่เชื่อมกับแพลตฟอร์มรูเบิลดิจิทัล และบุคคลทั่วไปไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจาก CBDC

ตามไทม์ไลน์ของแบงก์ชาติรัสเซีย ธนาคารขนาดใหญ่จะต้องให้บริการรูเบิลดิจิทัลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่จะถึง พร้อมกับผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีรายได้ปีละ 120 ล้านรูเบิลขึ้นไป ที่จะต้องรับชำระเงินด้วยรูเบิลดิจิทัล

ในส่วนแบงก์ที่มีใบอนุญาตทำธุรกิจการธนาคารครบวงจร และผู้ค้าปลีกที่มีรายได้ปีละ 30 ล้านรูเบิลขึ้นไป จะต้องเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2027 และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2028 สำหรับแบงก์อื่นๆ และผู้ค้าปลีกขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม เดอะ มอสโก ไทมส์รายงานว่า ขณะที่ผู้นำทางการเงินของรัสเซียกระตือรือร้นกับเงินดิจิทัลสกุลใหม่ แต่กลับไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของประชาชน โดยอ้างอิงผลสำรวจของหน่วยงานจัดทำโพลล์ของรัฐบาลที่พบว่า คนรัสเซียไม่เข้าใจว่า ทำไมตนเองจึงต้องมีเงินรูปแบบที่สาม นอกเหนือจากเงินสดและตัวเลือกที่ไม่ใช่เงินสด

สื่อแห่งนี้สำทับว่า ธนาคารกลางเล็งโน้มน้าวให้ธนาคารอื่นๆ เข้าร่วม โดยเสนอค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายสำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแค่รายการละ 0.67 รูเบิล (ไม่ถึง 0.01 ดอลลาร์)

อนึ่ง นอกจากรูเบิลดิจิทัลแล้ว รัสเซียยังเล็งใช้สัญญาอัจฉริยะ ซึ่งจัดเก็บโค้ดที่ใช้ขับเคลื่อนแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์และโปรเจ็กต์บนบล็อกเชนอื่นๆ สำหรับภาคธุรกิจ

นาบิอุลลินาเสริมว่า แบงก์ชาติยังกำลังพิจารณาให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการกระเป๋าเงินรูเบิลดิจิทัลที่จะบันทึกในงบดุลของธนาคาร แทนที่จะให้กระเป๋าเงินดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติเท่านั้น

ผู้ว่าแบงก์ชาติรัสเซียสำทับว่า ต้องการให้รูเบิลดิจิทัลเป็นที่ต้องการทั้งในหมู่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงอยากให้ใช้ได้อย่างสะดวกสบาย โดยธนาคารกลางกำลังหารืออย่างจริงจังกับแบงก์พาณิชย์ว่า ควรพัฒนาฟังก์ชันอะไรบ้างและจะดำเนินการอย่างไร

นาบิอุลลินายังเผยว่า ธนาคารกลางกำลังหารือเกี่ยวกับการใช้สเตเบิลคอยน์ในการชำระเงินระหว่างประเทศ แต่จะเป็นแค่ส่วนเสริม ไม่ได้มาแทนที่รูเบิลดิจิทัล รวมทั้งยังไม่มีแผนเปิดใช้สเตเบิลคอยน์ภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน รัสเซียกำลังพัฒนาร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโตอย่างครอบคลุม อย่างไรก็ดี แม้เดิมกำหนดเริ่มบังคับใช้กฎหมายนี้ในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่มีรายงานว่า รัฐสภาขอเลื่อนการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ออกไปก่อน

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) เดินเกมสกัดระบบการเงินดิจิทัลของรัสเซีย

เดือนที่แล้ว บรัสเซลส์เสนอมาตรการแซงก์ชันใหม่ที่ขยายผลครอบคลุมการแบนแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ช่วยมอสโกหลบเลี่ยงข้อจำกัด

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เผยว่า มาตรการแซงก์ชันที่เสนอจะเพิ่มรายชื่อนิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอียู 20 รายชื่อ ซึ่งรวมถึงแบงก์ แพลตฟอร์มคริปโต และผู้ค้าน้ำมัน ที่ทำธุรกิจกับหน่วยงานและบุคคลของรัสเซียที่กำลังถูกนานาชาติแซงก์ชัน

นอกจากนี้ ขณะที่รัสเซียกำลังผลักดันรูเบิลดิจิทัล อเมริกากลับเหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียวในการออกกฎหมายห้ามธนาคารกลาง (เฟด) ออกหรือสร้าง CBDC จนถึงปี 2030 สมาชิกรัฐสภาบางคนของอเมริกาและกองเชียร์คริปโตเตือนว่า สกุลเงินดิจิทัลนี้อาจปูทางสู่การสอดแนมทางการเงินเชิงลึก นอกจากนั้นยังมีความกังวลเกี่ยวกับบทบาทของสเตเบิลคอยน์ของเอกชน โดยต้นปีนี้ วุฒิสภาได้ผลักดันกฎหมายแบน CBDC ในอเมริกา

เดือนที่ผ่านมา มีการเพิ่มเนื้อหาในร่างกฎหมายปฏิรูปด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งกำหนดให้แบนการออก CBDC เป็นการชั่วคราวจนถึงปี 2030

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับปฏิเสธลงนามรับรองร่างกฎหมายดังกล่าวในนาทีสุดท้าย โดยบอกว่า ประเด็นนี้มีความสำคัญเพียงน้อยนิด และเรียกร้องให้คองเกรสส์ผ่านร่างกฎหมายจำกัดสิทธิ์การออกเสียงเลือกตั้งที่ยังเป็นข้อถกเถียงก่อน