วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569

“ซีรี่ส์แนวตั้ง” คอนเทนต์แสนล้านขุมทรัพย์ทางธุรกิจบันเทิงระดับโลก

ผู้จัดารสุดสัปดาห์ -  สำรวจขุมทรัพย์แสนล้านธุรกิจบันเทิงระดับโลก “ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series)” หรือ “ละครสั้น (Micro-Drama)” กับโอกาสของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยบนหน้าจอสมาร์ทโฟน 

รายงานนวัตกรรมและการพัฒนาละครสั้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่จัดทำโดยศูนย์วิจัยพัฒนา ภายใต้สำนักงานบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งรัฐ ของประเทศจีน ร่วมกับภาคเอกชน ระบุว่าปี 2568 ตลาดละครสั้นทั่วโลกมีมูลค่าเกือบ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 6 แสนล้านบาท) ขณะที่ตลาดละครสั้นของจีนมีมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 4.67 แสนล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 77.78 ของตลาดละครสั้นทั้งหมด และตลาดอื่นรวมกันมีมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ตลาดละครสั้นในหลายประเทศก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อาทิ ตลาดละครสั้นของเกาหลีใต้มีมูลค่าถึง 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 และคาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 และในปี 2569 หรือตลาดละครสั้นของอินเดีย จะมีมูลค่าถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2569 - 2573 จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 31 ต่อปี จนมีมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

สถิติผลิตและการให้บริการการใช้งานแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้งเพิ่มขึ้น โดยสมาคมเน็ตแคสติ้งแห่งประเทศจีน (China Netcasting Service Association) รายงานว่า ในช่วง 8 เดือนแรก ระหว่างมกราคม – สิงหาคม ปี 2568 ผู้ใช้งานชาวจีนใช้งานแอปพลิเคชันละครสั้นเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 เมื่อเทียบกับการใช้งานเฉลี่ยในเดือนมกราคมในปีเดียวกัน

 ขณะเดียวกัน บริษัทวิจัยการตลาดของจีน Diandian คาดว่าในไตรมาสแรกของปี 2568 รายได้ที่เกิดจากการซื้อในแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้ง (In-App Purchase) ของไทยมีมูลค่าประมาณ 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 3 ของตลาดนอกประเทศจีน (รองจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น 

โดยแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจีน ได้แก่  Hongguo Short Drama รองลงมา คือ  Hippo Theater และ Fanhua Theate ตามลำดับ

สำหรับตลาดอื่น สมาคมฯ ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันละครสั้นในต่างประเทศกว่า 730 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 370.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

รายงานของ SocialPeta ระบุว่า แอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก (ยกเว้นประเทศจีน) คือ Reelshort  รองลงมา ได้แก่   DramaBox, ShortMax และ GoodsShort  โดรูปแบบหลักที่แพลตฟอร์มใช้ในการสร้างรายได้จากซีรีส์แนวตั้งมี 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ระบบเติมเงินเพื่อปลดล็อกเนื้อหารายตอน โดยแพลตฟอร์มจะให้ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหา 10 - 15 ตอนแรก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมซื้อเหรียญดิจิทัล (Coins) สำหรับปลดล็อกเนื้อหาตอนอื่นๆ 2. ระบบสมาชิกแบบเหมาจ่าย 3. รายได้จากการโฆษณา และ 4. การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) โดยแพลตฟอร์มยินยอมให้ผู้

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยบนหน้าจอสมาร์ทโฟน

 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่ากระแสความนิยมซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) คือ ละครสั้น (Micro-Drama) ที่แสดงภาพแนวตั้ง ในสัดส่วนภาพ 9:16 สำหรับรองรับการรับชมบนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตโดยเฉพาะ โดยทั่วไปมีความยาวตอนละ 1–2 นาที เน้นการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว เข้าใจง่าย มีประเด็นให้น่าติดตาม และสร้างจุดหักมุมหรือปมขัดแย้งเป็นระยะ เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมติดตามอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะดังกล่าวจึงทำให้ซีรีส์แนวตั้งสามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีเวลาจำกัดและต้องการคอนเทนต์ที่รับชมได้ทันที และกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก โดยตลาดจีนครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด

แม้ตลาดซีรีส์แนวตั้งของไทยยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาด แต่ก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาค SocialPeta ระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ไทยมีจำนวนการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้งมากเป็นอันดับที่ 6 ของโลก

ขณะเดียวกันตลาดเมืองไทยมีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ปี 2568 มีผู้ดาวโหลดแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้งเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 56 จากปีก่อนหน้า ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ใช้งาน แอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้งประมาณ 9 ล้านรายต่อเดือน

ผู้อำนวยการ สนค. ระบุด้วยว่า แนวโน้มของซีรีส์แนวตั้งดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโอกาสของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ที่สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ความเป็นไทย อีกทั้งยังเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมและบริการหลากสาขาอื่นๆ อาทิ วรรณกรรม การเขียนบท การผลิตสื่อวีดิทัศน์ ดนตรี แฟชั่นและความงาม การพากย์เสียง การแปลภาษา การตลาดดิจิทัล ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ในการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมซีรีส์แนวตั้ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางดิจิทัล

“กระแสความนิยมของซีรีส์แนวตั้งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาคอนเทนต์ให้มีเอกลักษณ์ และนำเสนอความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในตลาดดิจิทัลคอนเทนต์โลก รวมถึงสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง"

ทั้งนี้ การผลักดันซีรีส์แนวตั้งของไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดไทยและตลาดโลก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นหลักๆ อย่างการพัฒนาเนื้อเรื่องที่สอดแทรกเอกลักษณ์ความเป็นไทย สามารถเข้าใจได้ง่าย สร้าง Soft Power แบบย่อยง่าย

การยกระดับทักษะผู้ผลิตให้สอดคล้องกับรูปแบบของซีรีส์แนวตั้ง อาทิ การเล่าเรื่องที่กระชับ การจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะสมกับแสดงบนหน้าจอสมาร์ตโฟน และการใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสำหรับนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ธุรกิจและการผลิตคอนเทนต์

การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง อาทิ การแปลคำบรรยาย การพากย์เสียง และการทำตลาดในต่างประเทศ เพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังตลาดศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงสหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมทั้ง การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา

ชัดเจนว่ากระแสความนิยมของซีรีส์แนวตั้งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์

 นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยต้องเร่งพัฒนาคอนเทนต์ให้มีเอกลักษณ์ และนำเสนอความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในตลาดดิจิทัลคอนเทนต์โลก.