พลเมืองจีนรายหนึ่ง ซึ่งถูกจับกุมตามหลังเข้าร่วมการประท้วงของกลุ่มลูกค้าทวงเงิน Huione Pay หรือ H-Pay ถูกเนรเทศออกจากกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี(16ก.ค.) เชื่อกันว่าเขาโดนขับไล่กลับไปประเทศบ้านเกิดเมืองนอน โดยไม่ได้เงินคืนแต่อย่างใด
สำนักข่าวคิริโพสต์ สื่อมวลชนกัมพูชาภาคภาษาอังกฤษ รายงานอ้างคำบอกเล่าของผู้หญิงชาวเขมรวัย 40 ปีรายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม เล่าว่า Ke Xiaowei พลเมืองจีน ซึ่งเข้าร่วมประท้วง ณ ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา เมื่อวันที่ 13 กรกฏาคม ได้ถูกเนรเทศตอนเวลา 15.00น.ของวันที่ 16 กรกฏาคม ที่ผ่านมา
เมื่อถูกสอบถามโดยคิริโพสต์ ทางโฆษกกระทรวงมหาดไทยอ้างว่าขอเวลายืนยันในเรื่องนี้ แต่ระบุสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังพิจารณาเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวผู้หญิงกัมพูชา เล่าต่อว่าเธอพบกับชายชาวจีนรายหนึ่งตามการประท้วงต่างๆก่อนหน้านี้ กรณีที่ไม่สามารถถอนเงินจาก Huione Pay และ H-Pay ได้ เนื่องจากธนาคารแห่งชาติกัมพูชาได้ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และบริษัทได้ระงับการให้บริการถอนเงินอย่างสิ้นเชิง พร้อมอ้างว่า Huione Pay Payment Service Provider ได้ปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชำระเงินทั้งหมดต่อเจ้าหนี้ (รวมถึงลูกค้า) ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว
ผู้หญิงชาวกัมพูชารายนี้บอกว่าเธอเองก็มีเงิน 10,000 ดอลลาร์ ถูกอายัดในกระเป๋าเงินดิจิทัล Huione Pay เช่นกัน
รายงานข่าวระบุว่า Xiaowei ถูกควบคุมตัวขณะที่เขากำลังออกจากธนาคารแห่งชาติกัมพูชา ในช่วงบ่ายวันจันทร์(13ก.ค.) แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทำไมชายรายนี้ถึงตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่
ผู้ใช้ชาวจีนรายหนึ่งของแอปฯ H-Pay ซึ่งเข้าร่วมประท้วงเช่นกันและไม่ประสงค์เอ่ยนาม เนื่องจากหวั่นเกรงด้านความปลอดภัย เปิดเผยว่าหลังจากชายคนดังกล่าวถูกจับ พวกพลเมืองชาวจีนคนอื่นๆ "ต่างพากันเร่งขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆนานาและติดต่อสื่อสารกับสถานทูตจีนประจำกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง"
ทั้งนี้คณะผู้แทนทางการทูตของจีน มีหน้าที่ต้องเข้าเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองในต่างประเทศที่ “ถูกควบคุมตัว ถูกจับกุม ถูกจำคุก หรือถูกจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลในรูปแบบอื่นน" ภายใต้ระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลจีนว่าด้วยการคุ้มครองและความช่วยเหลือทางกงสุล
อนึ่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชาวจีนพากันคนรวมตัวประท้วงหน้าธนาคารแห่งชาติกัมพูชา ในกรุงพนมเปญ หลังเงินเก็บในแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล Huione Pay ถูกอายัดถอนไม่ได้ วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลกัมพูชาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแพลตฟอร์มดังกล่าว เนื่องจากบริษัทแม่ถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำ
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน ( FinCEN ) ได้ออกมาตรการปรายปรามเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ และตัดขาด Huione Group บริษัทแม่ของ Huione Pay ซึ่งมี ฮุนโต หลานชายของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมตรีกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพลเป็นผู้บริหาร ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ หลังจากผลการสืบสวนพบว่า Huione Group ฟอกเงินกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ ช่วงเดือนสิงหาคม 2021 ถึงมกราคม 2025
(ที่มา:คิริโพสต์/mgronline)


