วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569

ตลาดสหรัฐฯ หนีรถยนต์แบรนด์จีนไม่พ้น นักวิเคราะห์ฟันธง

หลังจากซัมมิตทรัมป์-สีจิ้นผิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แบรนด์รถอเมริกันและผู้เล่นเจ้าเดิมรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐอเมริกา ยังพอมีเวลาหายใจหายคอได้บ้างว่า รถแบรนด์จีนจะยังไม่บุกตลาดสหรัฐฯในเร็ววัน

แต่ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองเห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า การเข้ามาของรถยนต์สัญชาติมังกรนั้นเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" อยู่ดี แม้ว่าขณะนี้ยังมีอุปสรรคจากกำแพงภาษีสูงลิ่วกว่า 100% และข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ ขวางกั้นอยู่ก็ตาม

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดสหรัฐฯ ต้านไม่ไหวก็คือ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและราคาที่แข่งขันได้ของรถยนต์แบรนด์จีน

ประกอบกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูง รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีแดนมังกรจึงได้รับความสนใจ โดยจีนกำลังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มสูบ ในขณะที่สหรัฐฯ กลับแทบจะหยุดชะงักในด้านนี้ จนกระทั่งบางแบรนด์ต้องหันไปผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบช่วยเพิ่มระยะทาง (Range-extended EV) แทน

นอกจากนั้น ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง หากไม่มีมาตรการรับมือกับปัญหานี้ แบรนด์ทั้งหลายก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องปรับขึ้นราคา ซึ่งจะส่งผลให้แบรนด์จีนยิ่งได้เปรียบด้านราคา

ไมเคิล ดันน์ อดีตผู้บริหารของ GM ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา Dunne Insights ระบุว่า ผู้ผลิตในสหรัฐฯ อาจหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนในการผลิตภายในประเทศ โดยเทคโนโลยีและระบบต่างๆ จะถูกนำเข้ามาใช้เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนของรถยนต์ให้ต่ำลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าพร้อมเปิดกว้างให้ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในสหรัฐฯ เพื่อสร้างงานในประเทศ โดยในตอนแรกนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า การเจรจาระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะนำไปสู่การเปิดไฟเขียวให้อีวีจีนเข้าตลาดสหรัฐฯ

แต่ทรัมป์ไม่ได้พูดเรื่องอีวีจากจีนระหว่างการประชุมกับสี จิ้นผิง ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิกเคอิ อีกทั้งผู้บริหารของบริษัทบีวายดีและแบรนด์จีนอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบขาว กลับไม่ได้ปรากฏตัวในงาน

เรื่องนี้ทำให้บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่งในญี่ปุ่นกล่าวว่า "เราผ่านพ้นวิกฤตมาได้ในขณะนี้" โดยระบุด้วยว่า การเข้ามาของแบรนด์จีนจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจจากการแข่งขันด้านราคา และรากฐานธุรกิจในสหรัฐฯจะพังทลาย

ทั้งนี้ เหตุผลหนึ่งที่รถยนต์แบรนด์จีนยังเข้าตลาดสหรัฐฯ ไม่ได้ อาจมาจากการล็อบบี้ของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายเดิมในตลาด โดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อนวัตกรรมยานยนต์ ( Alliance for Automotive Innovation) กำลังผลักดันให้มีการผ่านร่างกฎหมายห้ามการนำเข้า การผลิต และการจำหน่ายรถยนต์จากประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ รวมถึงจีน

ข้อมูลจากAutoBlog