วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569

อิหร่าน' จัดพิธีศพ 'คาเมเนอี' ท่ามกลางสงครามกับสหรัฐฯ ปะทุรอบใหม่

 รัฐบาลอิหร่านจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดซึ่งถูกสังหารเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางการจับตามองว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของเขาซึ่งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่จะปรากฏตัวหรือไม่ ขณะที่ความขัดแย้งกลับมาปะทุรุนแรง เมื่อสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้งในวันอังคาร (7 ก.ค.) โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ 

ขบวนแห่ศพที่รัฐบาลอิหร่านจัดขึ้นกินเวลารวมทั้งสิ้น 6 วัน โดยทำการเคลื่อนศพผ่านศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองที่สำคัญทั้งในอิหร่านและอิรัก และจะสิ้นสุดลงในปลายสัปดาห์นี้

พิธีการในช่วงแรกเริ่มต้นระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. ที่มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา โดยมีคณะผู้แทนระหว่างประเทศ รวมถึงตัวแทนจากรัสเซีย ปากีสถาน อิรัก และจีน และเจ้าหน้าที่ภายในประเทศเข้าแสดงความเคารพต่อโลงศพของ คาเมเนอี ซึ่งถูกตั้งอยู่ในตู้กระจกเคียงข้างกับโลงศพของบรรดาสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตไปพร้อมกัน

ในวันที่ 6 ก.ค. ขบวนแห่ศพครั้งใหญ่ยาว 6 ไมล์ได้จัดขึ้นผ่านใจกลางกรุงเตหะราน โดยเคลื่อนจากจัตุรัสอิหม่าม ฮุสเซน ไปยังจัตุรัสอาซาดีซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและสภาพอากาศที่ร้อนระอุในช่วงฤดูร้อน

วันที่ 7 ก.ค. มีการจัดขบวนแห่รำลึกในเมืองกอม ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางทางศาสนาของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในอิหร่าน ก่อนที่ขบวนแห่ศพจะข้ามพรมแดนเข้าสู่อิรักในวันที่ 8 ก.Image 1ค. โดยจะหยุดที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวชีอะห์ในเมืองนาจาฟและคาร์บาลา เพื่อยกย่อง คาเมเนอี ในฐานะผู้พลีชีพข้ามชาติ

ขั้นตอนสุดท้ายของพิธีศพจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค. ณ เมืองมัชฮัด บ้านเกิดของคาเมเนอี โดยร่างของเขาจะถูกประกอบพิธีฝังที่มัสยิดอิหม่ามเรซาอันศักดิ์สิทธิ์

พิธีศพของ คาเมเนอี เกิดขึ้นในบริบทสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศยังอยู่ในระหว่างสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้จะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราวอยู่ก็ตาม

ในขณะที่ศาสนาอิสลามกำหนดให้ต้องฝังศพทันทีภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต พิธีศพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี กลับล่าช้าไปกว่า 4 เดือนนับจากวันที่เขาถูกสังหาร เจ้าหน้าที่อ้างถึงสภาพแวดล้อมของสงครามที่กำลังดำเนินอยู่และภัยคุกคามด้านความมั่นคงเป็นเหตุผลสำหรับความล่าช้านี้ และศพถูกเก็บไว้ในห้องเย็นพิเศษ (เนื่องจากศาสนาอิสลามห้ามการดองศพด้วยสารเคมี) จนกระทั่งข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเปิดทางให้การจัดพิธีศพดำเนินไปได้

 พิธีศพที่จัดขึ้นในหลายเมืองเป็นเวลา 1 สัปดาห์นี้ยังสะท้อนความพยายามที่คำนวณมาอย่างดีโดยกลุ่มผู้มีอำนาจในอิหร่าน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่อง ความยืดหยุ่น และการอยู่รอดของสถาบันผู้ปกครอง แม้จะสูญเสียผู้นำไปอย่างมากมาย ป้ายโฆษณา สื่อของรัฐ และผู้กล่าวคำไว้อาลัยต่างเน้นย้ำวาทกรรมต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างหนัก โดยมีฝูงชนโบกธงสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนิกายชีอะห์สำหรับการแก้แค้นด้วยเลือดที่กำลังจะเกิดขึ้น 

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านได้เลือก อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่โดยทันที ทว่าที่น่าสังเกตก็คือ โมจตาบา ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนในระหว่างพิธีศพบิดาที่กำลังดำเนินอยู่ โดยภาพจากสถานีโทรทัศน์เผยให้เห็นบุตรชายอีก 3 คนของ คาเมเนอี ที่ยังคงรอดชีวิต ได้แก่ โมสตาฟา เมย์ซัม และ มาซูด กำลังสวดภาวนาอยู่ด้านหลังโลงศพที่วางเรียงรายอยู่ในลานกว้างของมัสยิดอิหม่ามโคมัยนีแกรนด์โมซัลลาในกรุงเตหะราน แต่ไม่มีแม้เงาของ โมจตาบา

นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า การเก็บตัวอย่างเงียบเชียบนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หรือเขาอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกโจมตีในช่วงเดือน ก.พ. ซึ่งได้คร่าชีวิตสมาชิกในครอบครัวของเขาไปหลายคน

ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐแสดงภาพผู้ภักดีนับล้านคนร่ำไห้และทุบหน้าอกแสดงความโศกเศร้า บรรยากาศภายในอิหร่านเองกลับสะท้อนให้เห็นถึงประเทศที่แตกแยก โดยตรงกันข้ามกับความโศกเศร้าที่รัฐกำหนด ความไม่สงบในหมู่ประชาชนยังคงอยู่ เมื่อข่าวการสังหาร คาเมเนอี แพร่กระจายออกไปเมื่อหลายเดือนก่อน มันได้จุดประกายการเฉลิมฉลองในวงกว้างและการปะทะกันบนท้องถนนระหว่างประชาชนที่ต่อต้านระบอบการปกครองกับกองกำลังรักษาความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่อนุสรณ์สถานเมานท์รัชมอร์ว่า ตนจะให้เวลาอิหร่าน 1 สัปดาห์เพื่อจัดพิธีศพอดีตผู้นำ

  “เราจัดการอิหร่านอย่างราบคาบ พวกเขาอยากจะยุติข้อพิพาทมาก พวกเขาต้องการยุติข้อพิพาทอย่างมาก เราให้เวลาพวกเขาหนึ่งสัปดาห์เพื่อจัดงานศพ เพราะเรามีน้ำใจ” ทรัมป์ กล่าว 


ต่อมาผู้นำสหรัฐฯ ยังได้แสดงความประหลาดใจที่เห็นภาพประชาชนหลายล้านคนไหลบ่าเข้าร่วมพิธีศพของ คาเมเนอี โดยระหว่างให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Axios ทรัมป์ กล่าวว่า “ผมรู้สึกแปลกใจที่เห็นชาวอิหร่านบางส่วนร้องไห้ในพิธีศพ ผมคิดว่าประชาชนเหล่านั้นเกลียด คาเมเนอี เสียอีก ผมว่ามันน่าจะเป็นน้ำตาปลอมๆ” 

ขณะเดียวกัน สื่ออิสระในตะวันออกกลางอย่าง Middle East Eye อ้างว่ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีการออก “คำสั่งลับ” ให้นักการทูตอเมริกันพยายามขัดขวางการเข้าร่วมของชาวต่างชาติในพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน 

รายงานดังกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. รูบิโอ ได้ออกคำสั่งลับไปยังสถานทูตและคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ทั่วโลก โดยให้นักการทูตสหรัฐฯ เตือนรัฐบาลเจ้าภาพอย่างชัดเจนว่า การส่งคณะผู้แทนหรือการแสดงความเคารพอย่างเป็นทางการในพิธีศพของ คาเมเนอี จะถือเป็น “การกระทำที่ไม่เป็นมิตร” ในสายตาสหรัฐฯ และจะนำมาซึ่ง “ผลกระทบเชิงลบ” ต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

ในแอฟริกา มีรายงานว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้เตือนรัฐบาลท้องถิ่นว่าการส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมงานศพอดีตผู้นำอิหร่านอาจกระทบกับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาของสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักการทูตอาหรับที่ถูกอ้างถึงในรายงานยังระบุด้วยว่า รูบิโอ ได้กดดันคู่เจรจาจากอย่างน้อย 5 ประเทศอาหรับเป็นการส่วนตัว

สื่ออิหร่านอ้างว่า แรงกดดันทางการทูตที่นำโดยสหรัฐฯ ทำให้อย่างน้อย 13 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมยุโรปตะวันออก แอฟริกา อ่าวเปอร์เซีย และเอเชียตะวันออก ไม่ส่งคณะผู้แทนอย่างเป็นทางการไปร่วมพิธีศพ และมีรายงานว่ารัฐบาลบางประเทศใช้ช่องทางการทูตอย่างเงียบๆ ในภายหลังเพื่ออธิบายให้เตหะรานเข้าใจถึงความจำเป็นในการไม่เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการรั่วไหลของเอกสารลับทางการทูตดังกล่าว

Image 1Image 1

 สงครามปะทุรอบใหม่ 

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ตุรกีว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านนั้น "จบลงแล้ว" และสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเริ่มโจมตีครั้งใหม่ในคืนวันพุธ (8) 

ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตที่เปิดทางให้อิหร่านขายน้ำมันได้ชั่วคราว และเริ่มโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ได้แก่เรือ M/T Al Rekayyat (Qatar/Marshall Islands) เรือ M/T Wedyan (Saudi Arabia) และเรือ M/T Cyprus Prosperity (Liberia)

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เรือเล็กกว่า 60 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตีที่ครอบคลุมทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านกว่า 80 จุด

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเฝ้าระวังชายฝั่ง ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ และฐานปล่อยโดรนของอิหร่าน ขณะที่สถานีโทรทัศน์อิหร่านระบุว่า การโจมตียังพุ่งเป้าไปที่ท่าเรือประมงในเมืองซีริกและบันดาร์อับบาสด้วย

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ในจำนวนนี้รวมถึงเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ ในบันดาร์ซัลมาน เขตนาวิกโยธินที่ 5 ของบาห์เรน และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ในคูเวต รวมถึงยิงโดรน MQ9 ของสหรัฐฯ ที่พยายามแทรกแซงปฏิบัติการจนตก

 ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เพื่ออนุญาตให้ขายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และปิโตรเลียมจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค. แต่ในวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว และให้เวลาอิหร่านจนถึงวันที่ 17 ก.ค. เพื่อยุติการทำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม 

ก่อนการประชุมสุดยอดนาโตในตุรกี เมื่อถูกถามว่าบันทึกความเข้าใจสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่อยากติดต่อกับพวกเขา”

 “พวกเขามันเลว พวกเขามันคนป่วย พวกเขาถูกนำโดยคนป่วย” เขาบอกกับผู้สื่อข่าวที่กรุงอังการา “สำหรับผมแล้ว การติดต่อกับพวกเขามันเสียเวลาเปล่า” 

“ถ้าเราทำข้อตกลงกับอิหร่าน ผมไม่แน่ใจว่ามันจะยั่งยืน เพราะผมพบว่า พวกเขาเป็นคนที่ไม่น่าเคารพอย่างยิ่ง” ทรัมป์ กล่าว

การปะทะกันล่าสุดส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และลดทอนความหวังที่จะเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ให้เป็นข้อตกลงสันติภาพถาวรเพื่อยุติสงคราม 

อิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็น “การรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง” และขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและผู้เจรจาหลักของอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยยกตัวอย่างไม่เพียงแต่การโจมตีทางทหารครั้งล่าสุด แต่ยังรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันที่กลับมาบังคับใช้ใหม่ การละเมิดการจัดบริหารจัดการของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล

 “ยุคสมัยแห่งการข่มขู่และรีดไถจบลงแล้ว” กาลีบาฟ กล่าวโพสต์ข้อความบน X Wเราจะไม่ยอมจำนนอีก”