วันพุธที่ 2 กันยายน 2569

"อนุทิน" ลั่นทุกคนห้ามพกปืน ไม่เฉพาะ สส.ภูมิใจไทย เหตุใบอนุญาตพกพาหมดอายุ นักการเมืองต้องเป็นแบบอย่าง

"อนุทิน" ลั่นไม่ได้ห้ามเฉพาะ สส.ภูมิใจไทยพกพาปืน ชี้ขณะนี้ทุกคนพกปืนไม่ได้ เหตุใบอนุญาตพกพาหมดอายุ เตือนนักการเมืองต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง หวั่นกระทำผิดกฎหมายกระทบอนาคตทางการเมือง พร้อมย้ำ “อย่าใกล้อาวุธปืนจะดีที่สุด”

วันที่ 12 ส.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการสั่งการหรือกดดัน สส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ให้พกพาอาวุธปืนว่า เป็นไปตามนั้น แต่ไม่ใช่การสั่งการเฉพาะ สส. เพราะขณะนี้ใครก็ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ เนื่องจากใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนในประเทศไทยหมดอายุแล้ว จึงไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้

เมื่อถามถึงกรณีที่พบว่า สส.พรรคภูมิใจไทย หลายคนสะสมอาวุธปืนจำนวนมาก 

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน และมีการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินไว้แล้ว ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะ สส. รวมถึงผู้ที่คิดจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมือง หากเข้าไปมีเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนและกระทำผิดกฎหมาย ก็อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมือง เนื่องจากอาจมีประเด็นด้านจริยธรรม และอาจถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ทางที่ดีที่สุด ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ ควรทำตัวเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะการไม่พกพาอาวุธปืน เพราะนักการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา จึงควรทำเป็นตัวอย่าง

เมื่อถามว่า จะไม่สามารถซื้ออาวุธปืนได้อีกแล้วหรือไม่ 

นายอนุทิน กล่าวว่า จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจะต้องมีการจัดระเบียบอาวุธปืนที่อยู่ในมือประชาชน เพราะปัจจุบันมีอาวุธปืนประมาณ 10 ล้านกระบอก ขณะที่ประเทศไทยมีประชากรกว่า 70 ล้านคน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ให้ใช้อาวุธปืนยิงคนร้าย 

นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเป็นการพิสูจน์หรือยืนยันด้วยตนเองหรือตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยิงบุคคลที่มีเจตนาร้าย ก็จะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้อาจสื่อสารสั้นไปเล็กน้อย แต่เจตนาคือไม่ต้องการให้ประชาชนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะอาวุธปืนไม่เคยทำให้เกิดผลดี ทั้งกับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน โดยผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ยิงก็ต้องไปขึ้นศาล

"สิ่งที่พูดเป็นเพียงการเตือนสติ ไม่ใช่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะกฎหมายยังมีอยู่ และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่าใกล้อาวุธปืนจะดีที่สุด”นายกฯ กล่าว