ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม วันนี้ ( 8 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026
ทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึง ได้ขึ้นรถหุ้มเกราะล้อยาง first win ของบริษัทชัยเสรี ดูบรรยากาศภายในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จนมาถึงสถานที่จัดงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและยิ่งใหญ่
นายอนุทิน กล่าวเปิดงานว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเห็นการจัดนิทรรศการ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย ก็ยังมีความพร้อมในการพึ่งพาตัวเอง และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในบริบทของโลกในปัจจุบัน
วันนี้โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง หลายคนบอกว่าหมดยุคโลกาภิวัตน์แล้ว จากโลกที่เคยพึ่งพากัน ซื้อง่ายขายคล่องจะหาวัตถุดิบอะไร ก็ไม่ใช่เป็นของจำกัด แต่วันนี้กลาย เป็นโลกที่การค้าการลงทุนไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายประเทศกลับมาแบ่งขั้ว ทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด เกิดข้อจำกัดการผลิตและการเข้าถึงวัตถุดิบที่สำคัญ เนื่องด้วยที่หลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตัวเอง เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน แทนที่จะรอซื้อของจากคนอื่น
สำหรับประเทศไทยการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่เพียงแต่เพื่อเสริมความมั่นคง และเพิ่มการพึ่งพาตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา เทคโนโลยียกระดับ ภาคอุตสาหกรรมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิต มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
และงานในครั้งนี้และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย สำหรับพัฒนาการของประเทศ ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม พัฒนาประเทศที่เกิดขึ้น ยังส่งผลดีต่อประเทศอีกหลายมิติ ด้วยการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ด้านนวัตกรรม การสร้างผู้ประกอบการของไทย ได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกันด้วย
หลายเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานไร้คนขับ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม หรือวัสดุชนิดพิเศษ ต่างก็มีจุดเริ่มต้นจากการวิจัยด้านความมั่นคง ก่อนจะต่อยอดมาสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน ดังนั้นการลงทุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จึงไม่ใช่การลงทุนเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย และเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วย
ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค งานในวันนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมกัน แสดงพลังและวิสัยทัศน์ของประเทศไทย
“ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กลับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆเพื่อให้การวิจัยการพัฒนาและการผลิตของไทยเชื่อมโยงกัน ได้อย่างครบวงจร การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัยศักยภาพการผลิต และความต้องการใช้งานจริง สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม สุดท้ายนี้ผมเชื่อมั่นว่าการรวมพลังของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับประเทศไทย และขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงผู้มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ทุกท่าน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้เติบโตด้วยนวัตกรรม และการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง” นายอนุทิน กล่าว


