วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569

“พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” เทคดี 112 จับตาสอดไส้ล้างผิดคดี “ฮั้ว สว.”

ประเด็นการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือชื่อทางการคือ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... พุ่งขึ้นมาจับตาและกวาดความสนใจบนโลกออนไลน์สูงสุดในฝั่งการเมืองและสังคม เนื่องจากเกิดจุดตัดสำคัญในรัฐสภาวันนี้ (8 กรกฎาคม 2026) ที่มีมติส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ด้วยมติ 306 ต่อ 141 เสียง เห็นชอบตามที่วุฒิสภา (สว.) แก้ไขเพิ่มเติม

ตามมาวิเคราะห์ 3 ปมร้อนที่สังคมและกลุ่มคนเห็นต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด

หนึ่ง ปมล็อกสองชั้น “คว่ำนิรโทษกรรม ม.112 กลุ่มเยาวชน”

นี่คือประเด็นที่มีการถกเถียงและแชร์ข้อมูลสูงที่สุด โดยการเพิ่มข้อความล็อกไว้ในมาตรา 11 ชัดเจนว่า “ไม่ให้นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้จะเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิดก็ตาม”

ทางฝั่งพรรคประชาชนและเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนออกแถลงการณ์คัดค้านทันที โดยชี้ว่าเป็นการ “เลือกปฏิบัติ” และละทิ้งโอกาสในการคืนชีวิตปกติให้กับเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมือง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่มองว่าการตัดสิทธิ์นี้ทำให้เป้าหมายการสร้างความปรองดองที่แท้จริงไม่เกิดขึ้น ขณะที่ฝั่งรัฐบาลและ สว. ยืนยันหนักแน่นว่าเพื่อป้องกันไม่ให้มีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง

สอง ข้อกังขาเรื่อง “สอดไส้ล้างผิดคดีฮั้ว สว.”

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำเอานักสืบโซเชียลและกลุ่มตรวจสอบการเมืองแชร์กันอย่างหนัก คือ บัญชีแนบท้ายกฎหมาย 29 ฉบับ ที่มีการจัดเรียงลำดับใหม่โดย สว. จนเกิดกระแสข่าวลือและข้อกังขาว่า มีการสอดไส้เพื่อนิรโทษกรรมความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 เพื่อล้างมลทินให้กลุ่มตัวเองหรือไม่

ประเด็นนี้ ฝั่ง กมธ. ต้องรีบออกมาเบรกกระแส โดยยืนยันว่าไม่มีการล้างผิดคดีทุจริตเลือกตั้ง การฮั้ว สว. หรือการขาดคุณสมบัติใดๆ ทั้งสิ้น คดีความทั้งหมดของ สว. ชุดปัจจุบันยังอยู่ในอำนาจการตรวจสอบของ กกต. ตามเดิม แต่กระแสสังคมก็ยังคงตั้งคำถามต่อความโปร่งใสในรายละเอียดแนบท้ายนี้อยู่ดี

สาม ขอบเขต “20 ปีความขัดแย้ง” ใครได้-ใครเสีย?

ตามโครงสร้างของร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นการล้างผิดคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองย้อนหลังถึง 20 ปี ครอบคลุมการชุมนุมตั้งแต่ปี 2548 - 2568 โดยกำหนดเงื่อนไขว่า “ต้องไม่รวมคดีทุจริตคอร์รัปชัน และคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

สังคมกำลังเฝ้ามองว่าเมื่อกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างและเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว ในทางปฏิบัติการตีความคำว่า “มูลเหตุจูงใจทางการเมือง” โดยคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมา จะครอบคลุมถึงประชาชนกลุ่มไหนบ้าง และแกนนำระดับบิ๊กของแต่ละขั้วการเมืองจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้มากน้อยเพียงใด