หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวปล่อยเรื่องนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากสีน้ำเงิน “ศ” มาจนกลายเป็นเรื่องขบขันกัน มีคนแซวว่าไม่ ศุ บุญเลี้ยง ก็คงเป็นศรราม เพราะตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน คนจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ต้องมีรายชื่อเป็นแคนดิเดตที่พรรคเสนอไว้ตั้งแต่เลือกตั้งว่ามีใครบ้าง คนที่มี “ศ” ที่เป็นแคนดิเดตมีคนเดียวคือ ศิริกัญญา ตันสกุล ซึ่งเธอก็เอามาโพสต์ขำว่า ยืนยันไม่ใช่ตัวเธอแน่
มีคนพูดแบบติดตลกว่า หรือเสียงข้างมากของพรรคส้มเคยยกมือให้อนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ถึงคราวพรรคสีน้ำเงินจะยกมือให้แคนดิเดตของพรรคส้มเป็นนายกรัฐมนตรีบ้าง
แต่ถ้าไม่มีคำว่า นายกฯ สีน้ำเงิน “ศ” แต่เป็นคนนอก คนก็มองไปที่องคมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งก็มีคำถามอีกแหละว่าจะเป็นไปได้อย่างไร จะลอยมาจากทางไหน เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดช่องไว้ ยุคนี้จะมีรัฐประหารอีกหรือ สำหรับผมจึงมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องตลกมากกว่า
ส่วนจะถามว่า ทำไมจึงมีข่าวแบบนี้ในช่วงนี้ ผมมองว่า รัฐบาลอนุทินกำลังประสบมรสุมในหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นมรสุมที่จะจมนาวาของรัฐบาลได้ ในขณะที่อายุรัฐบาลเพิ่งจะไม่กี่เดือนก็มีคนถามกันเซ็งแซ่แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่อีกได้นานไหม บางคนบอกว่าจะรอดปีนี้ไหม
ถ้าเปรียบรัฐบาลตอนนี้ก็เหมือนบ้านที่กำลังถูกปลวกแทะ และพร้อมจะพังครืนลงมา แถมยังมีข่าวว่ากำลังเกิดความขัดแย้งในกลุ่มแกนนำของระบอบสีน้ำเงินเป็นคู่ๆ นอกเหนือจากเรื่องอื้อฉาวในหลายเรื่องที่ผมพยายามจะไล่เรียงออกมา
ความขัดแย้งในพรรคสีน้ำเงินนั้น กล่าวกันว่า กำลังมีปัญหาขบเหลี่ยมกันระหว่างพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายทุนพรรค แกนนำภาคใต้ กับ อนุทิน ชาญวีรกูล ถามว่า ทำไมจึงเห็นเค้ารางความขัดแย้ง ถ้าย้อนไปดูจะเห็นว่า อนุทินมีความไม่ไว้วางใจพิพัฒน์ในหลายเรื่อง ตั้งแต่มอบหมายให้ดูวิกฤตพลังงาน แต่ต่อมาอนุทินกลับดึงไปให้เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ดูแล แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเข้าใจได้เพราะพิพัฒน์ถูกครหาว่า เป็นนายทุนพลังงาน มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ต่อมาเรื่องแลนด์บริดจ์ที่พิพัฒน์ดูแลก็ถูกอนุทินดึงไปให้เอกนิติดูอีก
มาจนถึงเรื่องล่าสุด รถไฟ 3 สนามบินที่ล่าสุดถูกยกเลิกไปแล้ว ตอนแรกอยู่ในมือพิพัฒน์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับถูกอนุทินดึงไปดูแลเอง จากเหตุการณ์ที่พิพัฒน์ถูกลิดรอนอำนาจจากอนุทินในหลายเรื่อง จึงถูกมองว่ามีรอยร้าวภายในพรรค
ส่วนเหตุการณ์ที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่ในตอนนี้ก็คือ การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีข่าวว่าจะมีการสอบสวนข้าราชการ 4-5 คน ซึ่งถ้าจบอยู่แค่นี้รัฐบาลอนุทินก็คงอยู่ยาก เพราะการกระทำระดับนี้มีข่าวว่าการทุจริตในรอบนี้มีวงเงินถึง 4,500 ล้านบาท คนไม่เชื่อหรอกว่าจะตัดจบที่ข้าราชการ แม้แต่ระดับอธิบดีก็ต้องมีตัวการใหญ่กว่านี้ และมีข่าวจากคนในมหาดไทยบอกว่าผลสอบพบทุจริตย้อนหลังไปถึงปี 2551
ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่โดนย้ายเป็นสังเวยคนแรกนั้น ว่ากันว่าเป็นคนของพิพัฒน์ ซึ่งต่อมาเลขานุการของพิพัฒน์ก็ลาออกจากตำแหน่ง และถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจเกี่ยวกับการสอบครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบไปไม่จบที่ธีรุตม์ เพราะขั้นตอนการสอบครั้งนี้เริ่มมาจากการทำทีโออาร์ตั้งแต่ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ นั่งเป็นอธิบดีกรม สถ.
นฤชาถูกมองว่าเป็นสายของเนวิน เพราะเติบโตในแถวจังหวัดอีสานใต้ และเคยเป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และตอนนี้เป็นอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีการพูดกันว่า เนวินต้องการให้อธิบดีพวงขึ้นเป็นปลัดมหาดไทยแทนอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ จนเกิดความขัดแย้งกับอนุทิน เพราะจะเห็นว่าอนุทินอยู่ที่ไหนอรรษิษฐ์อยู่ที่นั่น ซึ่งอรรษิษฐ์เพิ่งจะออกมาอธิบายไม่นานว่า ที่เขาต้องติดตามอนุทินเป็นเงานั้น เพราะต้องคอยรับคำสั่งไปปฏิบัติ
ความขัดแย้งระหว่างเนวินกับอนุทินจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แม้อำนาจในพรรคจะอยู่ใต้มือของเนวินอย่างเบ็ดเสร็จและเคยไล่เตะก้นอนุทินมาแล้ว แต่วันนี้อนุทินไม่ใช่คนเดิม แต่คือ นายกรัฐมนตรีที่มั่นใจว่าตัวเองมีอำนาจอื่นหนุนหลังอยู่
ดังนั้นการสอบเอาผิดทุจริตสอบครั้งนี้ กำลังถูกจับตาว่าจะไปถึงใครบ้าง ท่ามกลางความขัดแย้งในพรรคสีน้ำเงิน หรือสุดท้ายจะจบลงแค่แพะไม่กี่ตัว ถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่พังก็คืออนุทินที่ออกมาทำขึงขังว่า เรื่องนี้เป็นการขายชาติ
ตอนนี้สังคมส่วนใหญ่ไม่เชื่อหรอกว่าจะได้ปลาตัวใหญ่ และจะจบเหมือนเรื่องอื่นทุกเรื่องที่ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา โดยมีคนที่ถูกสังเวยไม่กี่คนเพื่อให้เรื่องตัดจบไป
เรื่องแบบนี้ถ้าเกิดในประเทศญี่ปุ่น รัฐมนตรีคงฮาราคีรีตัวเองไปแล้ว แต่ไม่มีทางสำหรับประเทศนี้ สุดท้ายก็อาจจะปล่อยเลยไป เหมือนเรื่องกักตุนน้ำมันที่ตอนนี้ยังหาคนผิดไม่ได้เลย รวมถึงเรื่องที่รัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ บอกว่า มีคนมาติดสินบนเดือนละ 40 ล้าน ตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดเสียเองจึงต้องไปแจ้งความ ตอนนี้ก็ยังหาตัวไม่ได้เลย ทั้งที่รัฐมนตรีพูดเอง
ส่วนปลวกที่กัดกินบ้านสีน้ำเงินอยู่แล้วก็มีหลายเรื่อง เรื่องหนักๆ ก็คือ เขากระโดง มาจนถึงเรื่องฮั้ว ส.ว. เรื่องเขากระโดงนั้น ถ้ากรณีของตระกูลชิดชอบที่กำลังพิจารณาอยู่ในศาลขั้นต้นถูกพิพากษาว่าผิด ก็อาจมัวหมองมาถึงอนุทินด้วย เพราะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่นั่น
ส่วนเรื่องฮั้ว ส.ว. ต้องยอมรับว่าวันนี้ถูกยึดครองด้วย กกต. สีน้ำเงิน ถ้า กกต.กินดีหมีหัวใจมังกรกล้าชี้ว่า ไม่มีใครผิด คนที่ถูกกล่าวหาในพรรคสีน้ำเงินตั้งแต่อนุทินรอดหมด ก็จะเกิดแรงกระเพื่อมในสังคมอย่างรุนแรงแน่นอน เพราะมันจะซ้ำเติมกรณีศักดิ์สยามที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องมาแล้วว่า ความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระก็จะเกิดวิกฤต ปลุกสังคมให้ลุกฮือได้
ยังมีเรื่องของรัฐมนตรีลูกเทพที่ไม่เข้าตาสังคม การทำเรื่อง TH-AI Passport ที่สังคมตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าพบพิรุธหลายประการ แต่วันนี้ก็ยังเดินหน้า โดยไม่สนใจเสียงท้วงติง เพียงแต่แสร้งทำเป็นรับฟังปัญหาหลังจากเปิดประมูลไปแล้ว
นอกจากนั้นตอนนี้สังคมกำลังเผชิญกับสินค้าราคาแพง ในขณะที่ผลผลิตกำลังตกต่ำ ประชาชนที่ประกอบธุรกิจกำลังเดือดร้อนกันทั่วหน้า แม้เราจะเห็นภาพอนุทินนั่งทำงานบนเครื่องบิน หรือเข้าทำเนียบวันอาทิตย์ แต่ภาพจำของสังคมก็คือไปเป็นประธานเปิดงาน จัดอีเวนท์ เป่าขลุ่ย ตีระนาด แต่เรายังไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีสะท้อนวิสัยทัศน์ว่าเขาจะนำพาประเทศชาติฝ่าวิกฤตไปได้อย่างไร
ปัญหาความขัดแย้งในระบอบสีน้ำเงินจะบานปลายไหม อย่าลืมว่า พรรคนี้ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เป็นแกนนำรัฐบาลมาก่อน อนุทินไม่คิดหรอกว่าวันหนึ่งส้มหล่นจะได้ จนการเป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยของอนุทินจากความไร้เดียงสาของพรรคส้มกลายเป็นการปลุกความหวังฝ่ายอนุรักษนิยมว่า อนุทินนี่แหละคือตัวเลือกใหม่ที่จะรับมือกับความท้าทายของพรรคส้ม สุดท้ายด้วยกำลังภายในบ้านใหญ่จึงถูกเกณฑ์มารวมกันที่นี่จนชนะอย่างท่วมท้น
แม้จะมองกันว่ารัฐบาลอนุทินภายใต้ระบอบสีน้ำเงินจะมีขุมกำลังที่เข็มแข็งคุมทั้งสภาสูง สภาล่าง และองค์กรอิสระที่เข้มแข็งยิ่งกว่าระบอบทักษิณ แต่รอยปริและความแตกร้าวจากภายในที่ทำให้เริ่มเห็นความร้าวฉานกำลังปรากฎให้สังคมเห็นไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้ แม้มีคนบอกว่า ไม่เพียงแต่ระบอบสีน้ำเงินจะคุมทุกองคาพยพของการเมืองเอาไว้ได้และยังมีลมใต้ปีกของอำนาจนำคอยพยุง แต่วิกฤตที่สั่งสมอยู่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะผ่านพ้นไปได้
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่มีคำถามว่ารัฐบาลนี้จะไปรอดไหม ทำไมกระแสเปลี่ยนนายกฯ จึงเกิดขึ้น คนจำนวนมากถามว่ารัฐบาลนี้ยังอยู่อีกนานไหม ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือน ยกเว้นติ่งอนุทินและสื่อใต้อำนาจสีน้ำเงินเท่านั้นที่ยังส่งเสียงเชียร์ ทั้งที่ปลวกกำลังแทะบ้านจนใกล้จะพังครืนอยู่แล้ว


