จะบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาก็คงจะไม่ใช่ สำหรับการที่ “ปราโบโว ซูเบียนโต” ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดบ้านพักส่วนตัวในกรุงจาการ์ตาต้อนรับ “ทักษิณ ชินวัตร” พร้อมกับอดีต 2 นายกรัฐมนตรี “ตระกูลชิน” คือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร”
ฉากเบื้องหน้าแจ้งว่า เป็นการพบกันเพื่อหารือประเด็นยุทธศาสตร์โลกและภูมิภาค พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติดานันทารา (Danantara) ของอินโดนีเซีย แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังมีอะไรมากไปกว่านี้หรือไม่
แถมเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการที่ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปพบปะกับ “นายอันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
นายเทดดี อินทรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอินโดนีเซีย โพสต์ภาพและข้อความผ่านบัญชีอินสตาแกรม @sekretariat.kabinet เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า หลังจากส่งนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ที่สนามบินนานาชาติยอกยาการ์ตาแล้ว นายปราโบโว สุเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ให้การต้อนรับการเยือนของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยระหว่างปี 2544-2549 และครอบครัว ณ บ้านพักส่วนตัวของประธานาธิบดีในเขตเกรทเนการา เมื่อเย็นวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569
“การพบปะที่อบอุ่นและเป็นกันเองนี้เป็นการเสริมสร้างมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองท่าน
ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ประธานาธิบดีและนายทักษิณได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกและพลวัตในภูมิภาคต่างๆ”
ข้อความในอินสตาแกรมของนาเทดดี ระบุ พร้อมเปิดเผยด้วยว่า “การประชุมครั้งนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงของ
Danantara เข้าร่วมด้วย ได้แก่ Rosan Roeslani ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท, Dony Oskaria ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ
และ Pandu Sjahrir ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ”
ด้านนายอนุทินให้ความเห็นกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่การดำเนินการในนามรัฐบาล และไม่ควรตีความเป็นประเด็นทางการเมือง ในอดีตนายทักษิณเคยเล่าให้ฟังว่า มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำหลายประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อครั้งที่เข้ารับตำแหน่งก็เคยเดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณที่กรุงเทพมหานคร ดังนั้น การพบปะกันครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องของมิตรภาพระหว่างผู้นำในอดีต
ส่วนกรณีที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปพร้อมกัน 3 คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนหนึ่งเป็นน้องสาว อีกคนเป็นลูกสาว
จึงเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลต้องตั้งข้อสงสัย
พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนว่า รัฐบาลไม่ได้สงสัย แต่เหตุใดผู้สื่อข่าวจึงตั้งข้อสังเกต
อย่างไรก็ดี มีการวิเคราะห์กันว่า การปรากฏตัวร่วมกันของ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีจากตระกูลชินวัตรในต่างประเทศนั้น
เกิดขึ้นหลังจากนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษอย่างเต็มรูปแบบและพ้นขีดจำกัดทางกฎหมาย
เป็นการส่งสัญญาณว่า "บารมี" ของตระกูลชินวัตรในเวทีสากลยังคงสูงอยู่
แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองในประเทศแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกันการเดินสายพบผู้นำอาเซียนรอบนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย
เดินทางไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับผู้นำมาเลเซียที่ชายแดนภาคใต้
ทำให้ถูกสังคมและสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตเรื่องการ "วัดพลังทางการเมือง" หรือไม่
อย่างไร
นี่นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะตัวนายอนุทินที่อยู่ในช่วงขาลง ณ เวลานี้


