วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569

"สอย" 5 พันรายชื่อ? "ล้างบาง" หรือ “ตัดตอน” ชำแหละกลยุทธ์ "ปลัด มท." ในอ่างน้ำเน่าสอบท้องถิ่น


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ท่าทีล่าสุดของ "นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่แถลงต่อกรณีการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่มีตัวเลขผู้ติดร่างแหพุ่งทะยานสูงกว่า 5 พันรายชื่อ แบบเปิดเกมชนชนิดไม่กลัวโดนฟ้องกลับ มองเผินๆ อาจดูดุดันเด็ดขาดดั่งขุนศึกผู้ผดุงความยุติธรรม

ทว่า... หากกะเทาะถึงแก่นจะพบเงื่อนงำคล้าย "วนในอ่าง" และยุทธวิธี "ชักบันไดหนี" เพื่อจำกัดขอบเขตความวินาศไม่ให้ลามถึง "บิ๊กบราเธอร์" แห่งกระทรวงมหาดไทย! ใช่หรือไม่?

ผ่า 4 ปม : ล้างบาง หรือ แผนเซฟตัวเอง?

เมื่อกลิ่นเน่าสอบท้องถิ่นโชยรุนแรง เบอร์หนึ่งสายข้าราชการประจำมหาดไทย จึงต้องขยับเกม แต่เมื่อถอดรหัสคำแถลงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จะเห็นชัดว่านี่คือ 4 ยุทธวิธีสุดแหลมคมในการจำกัดวงความเสียหายและชิ่งหนีของปลัดมท.

หนึ่ง กางตัวเลข 5,000 รายชื่อ แลกหน้าเสื่อตงฉิน

มหาดไทย ยอมรับว่าตรวจพบข้าราชการที่บรรจุไปแล้ว แต่มีคะแนนสอบผิดปกติกว่า 5,000 คน ซึ่งเตรียมส่งให้คณะกรรมการกลางเพิกถอน ตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ฟ้องชัดว่านี่ไม่ใช่การแอบโกงข้อสอบธรรมดา แต่เป็น "สายพานอุตสาหกรรมซื้อขายตำแหน่ง" คำถามคือ ปลัด มท. ปล่อยให้ระบบหย่อนยานจนบรรจุคนโกงไปได้ห้าพันคนได้อย่างไร? การเคลมความถูกต้องในวันนี้ จึงไม่อาจลบล้างความเหลวแหลกที่เกิดขึ้นได้เลย!

สอง ยุทธวิธี "ปัดสอย" โยนกลองให้ "กองกลาง"

ปลัด มท. ย้ำว่าอำนาจเด็ดขาดในการเคาะมติเพิกถอนอยู่ที่ "กองกลาง" โดยงัดวาทะธรรมะพระพุทธทาสภิกขุ ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้” มาดับกระแสความกังวลเรื่องการถูกฟ้องกลับ นี่คือตำรากลยุทธ์ Distancing & Deflection สร้างระยะห่างผลักภาระไปให้บอร์ดกลางรับไม้ต่อ ส่วนเก้าอี้ปลัด มท. รอดตัวเพราะไม่ใช่คนเคาะคนสุดท้าย!

สาม ตั้งแท่นฟันวินัยร้ายแรง ล่อเป้าข้าราชการแถวหน้า

การอ้างผลสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นครบ 7 วัน เดินหน้าตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่เอี่ยว พร้อมขยายผลพยานแวดล้อมทั้งหมด ยุทธการนี้มองมุมหนึ่งคือเอาจริง แต่อีกมุมคือการรีบ "เช็กบิลข้าราชการระดับปฏิบัติการ" เพื่อดับกระแสของสังคมให้จบลงโดยเร็ว หรือไม่?

สี่ ลากเส้นทึบ "ตัดตอน" มาเฟียการเมืองใต้

 เมื่อสื่อจี้ถามถึงปมร้อนที่ขบวนการนี้โยงใยไปถึง “กลุ่มการเมืองในพื้นที่ภาคใต้” ปลัด มท.รีบชิ่งทันที โดยขีดเส้นว่ามหาดไทยจะทำเฉพาะวินัยภายในกระทรวง ส่วนไอ้โม่ง นักการเมือง หรือบุคคลภายนอก ยกให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และตำรวจไปไล่บี้เส้นทางการเงินและออกหมายจับเอาเอง

การรีบด่วน "ลากเส้นแบ่งเขตแดน" ของผู้นำคลองหลอด ถูกมองว่าเป็นความพยายามสกัดไฟไม่ให้ลามถึงผู้บงการใหญ่หรือเครือข่ายอุปถัมภ์ระดับมหภาคใช่หรือไม่?

หากเรื่องนี้จบลงแค่การไล่ออกข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยและยึดคืนตำแหน่งจากผู้ซื้อตำแหน่ง 5,000 ราย ก็คงเป็นแค่ละครฉากใหญ่ที่ตบตาสังคม ตราบใดที่ตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังยังลอยนวล.