ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 1.4 แสนคนต่อปี และเสียชีวิตมากกว่า 8.6 หมื่นคน ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดพยาธิใบไม้ตับอันเป็นสาเหตุก่อมะเร็งท่อน้ำดี ในกลุ่มนักศึกษาแดนอีสานกว่า 4,000 คน กลายเป็นประเด็นใหญ่ในแวดวงสาธารณสุข อยู่ในกระแสสนใจของสังคมเพราะสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินของแซ่บอย่างส้มตำใส่ปลาร้าดิบ
กล่าวสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับ หลังมีการตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ “มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2569 จำนวน 12,700 กว่าคน พบมีติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากถึง 4,233 คน หรือคิดเป็น 33% ขณะเดียวกัน มีการตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ “มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม” จำนวน 1,922 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวน 380 ราย หรือคิดเป็น 19% สืบเนื่องจากการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่จำนวน 20,000 คน
ตามข้อมูลระบุว่าจากเกิดจากพฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ที่ชอบกินส้มตำใส่ปลาร้าและอาจจะเป็นปลาร้าที่ไม่ผ่านการตรวจของสำนักงานอาหารและยา
(อย.) อาจจะมีการปนเปื้อนปลาร้าดิบที่มีไข่พยาธิอยู่ ทำให้ไข่พยาธิเข้าไปสู่ร่างกายผู้บริโภค
ทำให้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และหากปล่อยปละละเลยต่อไป 15 - 20 ปี
เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี
อย่างไรก็ตาม ผลการติดเชื้อข้างต้นพบว่าตรวจผ่านชุดตรวจ OV-ATK การตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Screening Test) ลักษณะคล้ายการตรวจ ATK โดยนำยูรีน (ปัสสาวะ) ท่ามกลางข้อกังขาอาจเกิดผลบวกปลอมหรือไม่
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่ามาตรฐาน (Standard) ที่ใช้กันในระดับสากลในการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับ คือ การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ (Stool Examination) ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามีตัวเต็มวัยของพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี
และสำหรับการตรวจพบตัวเลขผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับกลุ่ม Gen Z อีสาน เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิตซึ่งยังไม่พบผู้ใดที่มีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจยืนยันเพิ่มเติมด้วยวิธีมาตรฐานเพื่อยืนยันการวินิจฉัยต่อไป
ข้อมูลผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 กรกฎาคม 2569 พบรายงานผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15 – 19 ปี และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ หากผู้ป่วยยืนยันปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลา 10 – 20 ปี จะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma)
รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่าคนอีสานมีอัตราการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดในประเทศ ประมาณร้อยละ 70 นำไปสู่การเป็นมะเร็งท่อน้ำดี แม้ปัจจุบับพบจำนวนพยาธิในคนน้อยลง แต่จำนวนคนติดเชื้อยังไม่ลดลง คนเป็นมะเร็งท่อน้ำดีก็ยังมีประมาณปีละ 20,000 คน
ขณะที่ นพ.ดิเรก
ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค
ให้ข้อมูลว่าการติดพยาธิใบไม้ตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถป้องกันและรักษาได้หากได้รับการรักษาโดยเร็ว
พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini หรือ OV)
เป็นพยาธิตัวแบนที่ติดต่อจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่ปรุงไม่สุก
เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย
พยาธิสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นานถึง 20 – 30 ปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ทั้งนี้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกินอาหารปรุงสุก
ปลาร้าปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ
การตัดวงจรโรคพยาธิใบไม้ตับมะเร็งท่อน้ำดี ประการสำคัญต้องเลือกรับประทานอาหารสุกงดของดิบทุกชนิด โดยเฉพาะปลาน้ำจืดเกล็ดขาวในวงศ์ปลาตะเพียนต้องทำให้สุกทุกครั้ง ส้มตำปลาร้ารับประทานได้ แต่ปลาร้าต้องสุกจึงจะปลอดภัย และการป้องกันไม่ให้อุจจาระที่อยู่ในส้วมแต่ละบ้าน เมื่อส้วมเต็มต้องถูกกำจัดในแหล่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันพยาธิวางไข่ในสิ่งแวดล้อมสาธารณะ ไข่พยาธิจะไหลลงแม่น้ำลำคลอง หอย ปู ปลา ก็กินไข่พยาธิเข้าไป คนจับสัตว์น้ำเหล่านี้มากิน จะกลายเป็นวัฏจักร
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 – 2575) ภายใต้แนวคิด One-Health โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านอาหารปลอดภัย สุขาภิบาล และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ควบคู่กับการลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเสี่ยง การตรวจคัดกรอง การรักษา และการติดตามผลตามมาตรฐาน เพื่อมุ่งลดการติดพยาธิใบไม้ตับและลดอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว
ภาพรวมในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ มากกว่า 140,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง มากกว่า 86,000 รายต่อปี โดยมะเร็งที่พบมากในคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอดและมะเร็งปากมดลูก
อ้าวอิงข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ามะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ โดยมีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับบริการในระบบบัตรทอง รวมทั้งสิ้น 633,866 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 247,608 คน หรือร้อยละ 39.1 และผู้ป่วยรายเก่า 386,258 คน หรือร้อยละ 60.9
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Control Program: NCCP) ที่จะช่วยยกระดับการป้องกัน คัดกรอง และการรักษาอย่างเป็นระบบ ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านมะเร็งที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่านมาตรการสำคัญตามแผน NCCP มุ่งเน้นการควบคุมโรคมะเร็งที่มีภาระโรคสูง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ เช่น การฉีดวัคซีน HPV ให้ครอบคลุมร้อยละ 100 การลดการติดพยาธิใบไม้ตับให้ต่ำกว่าร้อยละ 1 ภายใน 5 ปี และการเพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง (Colonoscopy) ให้ครอบคลุมร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น
ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกอ้างอิงจากผลวิจัยของ BMJ Oncology ปี 2023 พบยอดผู้ป่วยมะเร็งในกลุ่มอายุต่ำกว่า 50 ปีทั่วโลกพุ่ง 79% ในระยะเวลา 30 ปี โดยคาดว่าภายในปี 2030 ผู้ป่วยรายใหม่ที่อายุไม่ถึง 50 ปีจะเพิ่มขึ้นอีกถึง 31% และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 21% ทั่วโลก
โดยพบอัตราผู้ป่วยใหม่สูงสุดพบในภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกาเหนือ ออสตราลาเซีย และยุโรปตะวันตก และอัตราการเสียชีวิตสูงสุดกลับพบในภูมิภาคที่มีทรัพยากรจำกัด เช่น โอเชียเนีย ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลาง
นอกจากนี้ ทวีปเอเชียยังมีสัดส่วนผู้ป่วยมะเร็งสูงถึงเกือบ 50% ของจำนวนผู้ป่วยใหม่ทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศจีนและอินเดียมีสัดส่วนคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตทั้งหมด
สุดท้ายผลการตรวจคัดกรองชุดตรวจ OV-ATK พยาธิใบไม้ตับอันเป็นสาเหตุก่อมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งพบการแพร่ระบาดในในกลุ่ม Gen Z นักศึกษาอีสานมากกว่า 4,000 คน แม้ยังเกิดข้อกังขาว่าเป็นผลบวกปลอมหรือไม่นั้น ได้สร้างความตื่นรู้ในสังคมไทยให้หันมาใส่ใจปัญหาสุขภาพที่อาจถูกมะเร็งร้ายคุกคาม


