วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569

เจาะปรากฏการณ์ "CLICX พร้อมใช้" สินเชื่อ Virtual Bank แห่กู้พร้อมบิด


ปรากฎการณ์สินเชื่อ CLICX พร้อมใช้” คนไทย “แห่กู้...พร้อมบิด” ท่ามกลางวิกฤตหนี้ครัวเรือน กลายเป็นดัชนีชี้วัดความเปราะบางของสังคมไทย ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการเงินสดเร่งด่วน

สำหรับ CLICX (คลิกซ์) หรือ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เจ้าแรกของประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มดำเนินการแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 หลังจากเปิดให้บริการสินเชื่อเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีประชาชนให้ความสนใจเข้าไปสมัครสินเชื่อเป็นจำนวนมาก พร้อมกับเกิดกระแส "บิดหนี้" เจตนากู้แล้วไม่ชำระคืน

โดยมีการแชร์ภาพผลการพิจารณาและวงเงินที่ได้รับมาเผยแพร่ในกลุ่มสินเชื่อออนไลน์ ได้รับวงเงินตั้งแต่ 2,500 ไปจนถึง 20,000 บาท สามารถเบิกเงินใช้ได้ภายในเวลาไม่นาน ทั้งนี้ มีผู้สมัครอย่างล้นหลามจนระบบล่ม แอปพลิเคชั่นเกิดความล่าช้าการใช้งานติดขัด ก่อนจะประกาศปิดรับสมัครสินเชื่อใหม่เป็นการชั่วคราว

พฤติกรรมของผู้กู้ ในกลุ่มสังคมออนไลน์เริ่มมีกระแสการแชร์เทคนิค "กู้เงินอย่างไรให้ผ่าน แล้วไม่ต้องคืน" หรือที่เรียกกันว่า "กู้พร้อมบิด" โดยมีทัศนคติมองว่าสินเชื่อเหล่านี้เป็นเงินฟรี หรือคิดว่าผู้ให้บริการเป็นเพียงบริษัทเอกชนหรือแอปพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตามทวงถามหนี้ได้อย่างเข้มงวด และอาจไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเครดิตบูโร

พฤติกรรมแห่กู้สินเชื่ออนุมัติไวแล้วตั้งใจบิดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องมุกตลกในสื่อสังคมออนไลน์ แต่คือสัญญาณเตือนภัยของวิกฤตหนี้สินครัวเรือนไทยที่สะสมมานานนับทศวรรษ ปัจจุบัน สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของประเทศไทยพุ่งสูงเกือบ 80 - 90% ซึ่งจัดเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย และถือเป็นระดับที่อันตรายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ข้อมูลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย ยังพบตัวเลขที่น่าตกใจว่า มีคนไทยเพียง 15.7 % เท่านั้น ที่มีการวางแผนเกษียณและสามารถเก็บออมได้ตามแผนที่วางไว้ หมายความว่าประชาชนคนไทยมากกว่า 84 % กำลังดำเนินชีวิตโดยไม่มีตาข่ายรองรับทางสังคมทางการเงิน ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน และไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นสังคมสูงวัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกหนังสือชี้แจงสินเชื่อ “CLICX พร้อมใช้” กับกระแสแห่กู้พร้อมบิดที่เกิดขึ้น โดยระบุความว่า CLICX มุ่งเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่มีศักยภาพในการชำระหนี้ ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อผ่านช่องทางเดิมโดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่หลากหลายประกอบการพิจารณาสินเชื่อรูปแบบใหม่ ภายใต้หลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับวงเงินที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้อาศัยข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยพิจารณาจากข้อมูลหลายด้านประกอบกัน รวมทั้ง หลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงของธนาคาร พร้อมติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่องและการทบทวนหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ดังนั้น ความสะดวกและรวดเร็วของช่องทางดิจิทัลจึงไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกรายจะได้รับอนุมัติ หรือมีการลดมาตรฐานในการพิจารณาสินเชื่อ

และไม่สนับสนุนการนำสินเชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการชำระหนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อประวัติสินเชื่อและโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต หากพบการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้เอกสารไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ “สินเชื่อ CLICX พร้อมใช้” ไม่ได้เป็นเพียงแอปฯ เงินกู้ออนไลน์ทั่วไป หรือ แอปจีน ให้สายบิดเข้ามาเทสระบบเล่นๆ แต่ CLICX มีสถานะเป็น Virtual Bank ของไทย เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทย และมีบริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 99.95% (CLICX Bank) ซึ่งเบื้องหลังมีความร่วมมือระหว่าง 3 กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

แม้การสมัครสินเชื่อดำเนินการผ่านแอปฯ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่สถานะของหนี้ไม่ได้แตกต่างจากการกู้เงินกับสถาบันการเงินทั่วไป เมื่อกดรับวงเงินและนำเงินออกมาใช้ย่อมเกิดภาระผูกพันตามสัญญาทันที รวมทั้ง มีการส่งข้อมูลกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หากพบประวัติการชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัด ย่อมกระทบต่อข้อมูลเครดิตและศักยภาพในการขอสินเชื่อในอนาคตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สายบิดระวังได้รับหมายศาล หรืออาจอาจไปถึงขั้นยึดทรัพย์

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างน่าจับตาบทบาทของ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ภาพรวมภาคการเงินไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเดินหน้าเข้าแทรกซึมในทุกอณูของการใช้ชีวิตประจำวัน การมาถึงของ Virtual Bank ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในการแข่งขันของสถาบันการเงินไทย โดยการใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุนการดำเนินงาน และใช้ข้อมูลทางเลือกแทนเอกสารแบบเดิม จุดเด่นสำคัญประกอบด้วย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงบริการเดิม การใช้ AI สินเชื่อ และการสร้างความกดดันให้สถาบันการเงินดั้งเดิมต้องปรับตัว

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในฝั่ง Virtual Bank จะต้องไม่มุ่งเน้นเพียงแค่การแข่งขันดึงดูดลูกค้าด้วยวงเงินสินเชื่อง่ายๆ แต่ต้องนำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ปลูกฝังวัฒนธรรมการออม และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ และเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยในกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีรับผิดชอบ ควบคุมอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค  

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณว่า หาก Virtual Bank เน้นแต่การปล่อยสินเชื่อง่ายๆ โดยไม่ประเมินความเสี่ยงและช่วยสร้างวินัยทางการเงินอย่างแท้จริง สินเชื่อดิจิทัลเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือซ้ำเติมวิกฤตหนี้สินของคนไทยให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น.