สื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่ายอดจำหน่ายบัตรเข้าชมอุทานโบราณคดีอังกอร์ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของประเทศลดลงเกือบ 26% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เนื่องจากข้อพิพาทชายแดนกับไทยและความขัดแย้งทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
บริษัทอังกอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐระบุในคำแถลงว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกแห่งนี้มีมูลค่ารวม 24.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ลดลง 25.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 27.6% เหลืออยู่ที่ 510,528 คน ในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับเดือนกันยายน ยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมอยู่ที่ 35,535 ใบ ลดลงเล็กน้อยที่ 0.32% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้อยู่ที่ 1.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.1%
นอกเหนือจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมอุทยานแล้ว บริษัทอังกอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ยังมีรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวอีก 4 แห่ง และบริการด้านการท่องเที่ยว โดยในช่วงเวลาเดียวกันนี้ แหล่งท่องเที่ยวเกาะแกร์ สร้างรายได้ 146,295 ดอลลาร์สหรัฐ เบงเมเลีย ทำรายได้ 119,060 ดอลลาร์สหรัฐ กบาลสเปียน 4,860 ดอลลาร์สหรัฐ และรายได้จากค่าเรือที่หมู่บ้านลอยน้ำชองคเนียะ 544,093 ดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทอังกอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นหน่วยงานบริหารจัดการของรัฐ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยว และกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเป็นผู้กำกับดูแลด้านการเงิน
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวระบุว่าการลดลงอย่างมากของตัวเลขดังกล่าวมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งความไม่มั่นคงในภูมิภาค และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยุโรป
“ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและความไร้เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้นักท่องเที่ยวต้องรัดเข็มขัดและแสวงหาจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่ากว่าในแง่ของค่าใช้จ่าย” เทือน สินาน ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำกัมพูชา กล่าว
หมู่ปราสาทโบราณที่ตั้งอยู่ในจ.เสียมราฐ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของกัมพูชา และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ แต่ภาคการท่องเที่ยวยังคงประสบปัญหาในการฟื้นตัวนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด
“เป็นการยากที่จะประเมินสถานการณ์ในช่วงเวลาข้างหน้า แต่ยอดการจองบริการด้านการท่องเที่ยวยังไม่แสดงสัญญาณเชิงบวกแต่อย่างใด สำหรับปี 2569 เราสามารถพูดได้ว่าเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ในแง่ของขนาดของการถดถอย สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้มีความรุนแรงยิ่งกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 เสียอีก” เทือน สินาน กล่าว
เขาระบุว่าจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการพัฒนาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
เนียง เมา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยว ยังระบุว่าปัญหาข้อพิพาทบริเวณชายแดนกับกองทัพไทย การปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียว และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทอังกอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ มีรายได้ 44.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมอุทยานให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 955,131 คน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ซื้อบัตรลดลง 6.7% ส่วนรายได้ปรับตัวลดลง 6.51% เมื่อเทียบกับปี 2567.


