ถ้าพูดถึงคดีฮั้ว สว. หลังจาก กกต. มีมติส่งผู้ถูกร้อง 77 คนไปศาลฎีกา หลายคนจะจับตาไปที่ 15 คน ที่เป็น “บุคคลอื่น” เพราะมองว่าอาจเป็นตัวเชื่อมของขบวนการ
แต่วันนี้อยากชวนให้มองอีกกลุ่มหนึ่ง ที่อาจสำคัญไม่แพ้กัน และอาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำ
นั่นก็คือ “กลุ่ม 26 สว.” ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ และถูก กกต.ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา
26 คน นี้เปรียบได้กับ “ระเบิดลูกใหญ่ที่ยังไม่ได้ถอดสลัก”
ที่ตั้งข้อสมมุติฐานอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่า สว. 26 คน จะออกมาแฉใคร หรือจะเปิดโปงขบวนการทั้งหมด ซึ่งอันนั้นยังไม่มีใครรู้ แต่เหตุผลที่เรียกว่าเป็น “ระเบิด” ก็เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนที่อยู่ข้างในกระบวนการเลือก สว.จริงๆ
พวกเขาไม่ได้อยู่ข้างนอก ไม่ได้เป็นเพียงคนที่ถูกกล่าวถึงในสำนวน
แต่พวกเขาเป็นผู้สมัคร เป็นผู้ได้รับเลือก และผ่านกระบวนการในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนกระทั่งระดับประเทศ และได้เข้ามานั่งเป็น สว. ประมาณ 2 ปี แล้ว
ฉะนั้น ถ้าคดีเดินไปถึงศาล สิ่งที่น่าสนใจมาก คือ คำอธิบายของแต่ละคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้เป็น สว.
เขาเข้าไปสมัครได้อย่างไร รู้จักใคร ใครมาติดต่อ ชักชวน แนะนำ มีการนัดหมายกันหรือไม่ มีการส่งข้อมูล หรือแนวทางในการลงคะแนนให้กันหรือไม่ หรือถ้ามีการประสานงานจริง ใครเป็นคนประสาน?
คำตอบจาก คำถามเหล่านี้ ต่างหากที่อาจทำให้ภาพของคดีเปลี่ยนไป
เพราะตอนนี้ กกต. ส่งศาล 77 คน ในจำนวนนี้เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว.อีก 36 คน และบุคคลอื่นอีก 15 คน โดยไม่มีกรรมการบริหารพรรค สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถูกส่งไปในชุด 77 คนนี้
เราลองนึกภาพตอนที่ 26 สว. สู้คดีในชั้นศาล
ถ้าคนเหล่านี้เลือกที่จะต่อสู้คดีด้วยตัวเอง เขาย่อมมีสิทธิชี้แจงว่า ไม่ได้ทำผิด และต้องพิสูจน์กันในชั้นศาล แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็อาจมีข้อมูลที่เกี่ยวกับกระบวนการเลือกสว. ซึ่งคนอื่นไม่มี และนี่แหละคือสิ่งที่น่าจับตา เมื่อก่อนเขาอาจเป็นเพียง “ผู้สมัครที่ได้รับเลือก”
แต่วันนี้สถานะเปลี่ยนไป กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญา นั้นหมายถึง มีโอกาสถูกพิพากษาโทษจำคุก!
เพราะ กกต. ระบุชัดว่า 26 สว. ถูกส่งศาลฎีกา และดำเนินคดีอาญา และถ้าศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา สว.ที่ถูกกล่าวหา จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
คำถามสำคัญคือ ถ้า 26 คนต้องปกป้องตัวเอง แล้วเขาจะอธิบายกระบวนการที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร?
ถ้าคำอธิบายของแต่ละคนไม่ตรงกัน หรือถ้ามีใครสักคนบอกว่า “ผมถูกชักชวน”... “ผมได้รับข้อมูลจากคนอื่น”...
“มีคนบอกให้เลือกคนนั้น คนนี้ ”... “มีการนัดหมาย มีการรวมกุล่มกัน” หรือ “ผมรู้จักคนที่เป็นคนประสาน”
ข้อมูลเหล่านี้ ก็อาจกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการต่อจิ๊กซอว์ของคดี
แม้วันนี้ ศาลฎีกา จะยังไม่ได้มีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ และ 26 สว. ก็ยังไม่ได้ออกมาแฉ หรือให้ข้อมูลพาดพิงใคร
แต่ในทางคดี และในทางการเมือง “กลุ่ม 26 สว.”นี้ เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา เพราะพวกเขาอยู่ “ข้างใน” ของกระบวนการโดยตรง และอีกเรื่องที่สำคัญคือ อย่าเหมารวมว่า 26 คน นี้ทำผิดเหมือนกันหมด
เพราะ กกต.เปิดข้อมูลว่า ในข้อกล่าวหาที่ 3 มีผู้ถูกส่งศาล 36 คน และผลลงมติรายบุคคล ก็แตกต่างกัน มีทั้ง 6 ต่อ 1 , 5 ต่อ 2 และ 4 ต่อ 3
ขณะที่ข้อกล่าวหา 4 ถึง 7 ครอบคลุมเรื่องที่หนักขึ้น ตั้งแต่การให้หรือสัญญาจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ การจัดเลี้ยง ไปจนถึงการเรียกหรือรับทรัพย์สินเพื่อให้สมัคร หรือเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกใคร
เพราะฉะนั้น ต่อจากนี้สิ่งที่ต้องดู ไม่ใช่แค่ “26 สว. ใครมีชื่อบ้าง” ... แต่ต้องดูว่า แต่ละคนถูกกล่าวหาด้วยพฤติการณ์อะไร และที่สำคัญกว่านั้นคือ แต่ละคนจะอธิบายเส้นทางของตัวเองอย่างไร
ถ้าทั้ง 26 คน ต่างคนต่างต่อสู้คดี เรื่องก็อาจอยู่ในกรอบว่า ใครผิด ใครถูก เป็นเรื่องของรายบุคคล
แต่ถ้าเมื่อคดีเดินไปแล้ว มีข้อมูลจากคนใดคนหนึ่ง ที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น กระบวนการอื่น หรือวิธีการจัดการบางอย่าง ที่มากกว่าการกระทำของตัวเอง
ตรงนั้นแหละ ที่คดีอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ “26 สว.” และมันอาจทำให้ต้องย้อนกลับไปถามว่า แล้วคนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากกระบวนการนั้น มีหรือไม่ ใครเป็นคนเริ่ม ใครเป็นคนประสาน ใครเป็นคนจัดการ ใครเป็นคนส่งสัญญาณ?
และถ้ามีเครือข่ายจริง เครือข่ายนั้นอยู่ตรงไหน?!
นี่จึงเป็นเหตุผลที่มองว่า “15 บุคคลอื่น” อาจเป็นตัวละครที่น่าสนใจ แต่ 26 สว. คือกลุ่มที่ต้องจับตาในอีกมิติหนึ่งเพราะ 26 คนนี้เป็นคนที่อยู่ในกระบวนการเลือกสว.โดยตรง
วันนี้พวกเขายังเป็น สว. แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญา
และถ้าศาลรับคำร้อง เรื่องก็จะเดินเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อนั้น 26 สว.ก็เปรียบเสมือนนระเบิดลูกใหญ่ที่ยังไม่ได้ถอดสลัก!
เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในมีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง และเราไม่รู้ด้วยว่า เมื่อคนเหล่านี้ต้องปกป้องตัวเองในคดี สิ่งที่พวกเขาจะนำมาอธิบายต่อศาลนั้น จะเป็นเพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหาของตัวเอง หรือจะมีข้อมูลอะไรที่ทำให้เราเห็น ต้นทาง กลไก และคนที่อยู่เบื้องหลังการเลือก สว. ชัดขึ้นกว่าเดิม
นี่ต่างหาก คือสิ่งที่ต้องจับตา 26 สว. นับต่อจากนี้!!


