ปราจีนบุรี – “ทราย สมุทร” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อสำรวจพื้นที่ที่พบการทิ้งกากอุตสาหกรรม โดยแสดงความเป็นห่วงผลกระทบต่อประชาชน สัตว์ และระบบนิเวศ หลังพบจุดทิ้งกากหลายแห่งอยู่ใกล้พื้นที่เกษตร พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมและป้องกันการลักลอบทิ้งของเสียอุตสาหกรรม
ทราย ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่าบางจุดที่มีการทิ้งกากอุตสาหกรรมอยู่ติดหรือใกล้กับพื้นที่ทำการเกษตร จึงกังวลว่าสารเคมี น้ำมัน หรือสารที่อาจเป็นอันตรายจากกากเหล่านี้ หากมีการปนเปื้อนลงสู่ดินหรือแหล่งน้ำ อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ ทั้งภาคการเกษตร สัตว์ และชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
เจ้าตัวยังกล่าวถึงกรณีของเสียจากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งข้อสังเกตถึงการเข้ามาประกอบกิจการของทุนต่างชาติในประเทศไทย และการนำวัสดุจากอุตสาหกรรมบางประเภทมาคัดแยกเพื่อเอาวัตถุดิบที่ต้องการ ก่อนเหลือส่วนประกอบที่ไม่ต้องการ ซึ่งทรายตั้งข้อกังวลว่าอาจมีการนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้องหรือลักลอบทิ้งในพื้นที่ป่า
นอกจากนี้ ทราย ยังตั้งคำถามถึงการดูแลประชาชนในพื้นที่ โดยระบุว่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ใช้ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจจุดดังกล่าว เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันการสัมผัสสารที่อาจเป็นอันตราย และเห็นว่าชุมชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงควรได้รับข้อมูล คำแนะนำ และมาตรการป้องกันจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเหมาะสม
อีกประเด็นที่เจ้าตัวหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม คือกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอร่างกฎกระทรวงปรับปรุงหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า โดยกังวลว่าหากในอนาคตมีการใช้พื้นที่ป่าเพื่อบริหารจัดการขยะ จะมีระบบควบคุมอย่างไรเพื่อไม่ให้ขยะอันตรายหรือกากอุตสาหกรรมถูกนำมาปะปนกับขยะที่ได้รับอนุญาต
ทราย ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทำให้รู้สึกเป็นห่วงประชาชนและสิ่งมีชีวิตในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับของเสียอุตสาหกรรม โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาควรครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง การขนส่ง การคัดแยก การกำจัด ไปจนถึงการตรวจสอบพื้นที่ปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติต้องรับผลกระทบในระยะยาว


