ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 5 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย” หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” จาก รอง ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ให้ขึ้นเป็น “ผู้อำนวยการ ป.ย.ป.”
“ป.ย.ป.” เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นในยุค “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงหลังการรัฐประหาร โดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี 2557
ภารกิจ ก็เหมือนชื่อหน่วยงาน คือ สร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติและการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ตามนโยบายคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เดินไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
เพราะที่ “ลุงตู่”ทำการรัฐประหาร นั้นมีข้ออ้างว่า คนไทยแตกแยก ประเทศไม่ปฏิรูป โดยเฉพาะตำรวจ!
โครงสร้างป.ย.ป. มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี, รมว.คลัง และรมว.มหาดไทย เป็นกรรมการ
ตอนนี้คนทั่วไปอาจจะลืม ป.ย.ป. ไปแล้ว แต่ป.ย.ป.ยังคงอยู่ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ “ลุงตู่” ได้ปักหมุดเอาไว้
ส่วน “ผู้กำกับหนุ่ย” พ.ต.อ.วทัญญู เป็นใคร สำคัญอย่างไร “ครม.หนู” จึงตั้งให้เป็น ผอ.ป.ย.ป.
“ผู้กำกับหนุ่ย” เกิด 3 มกราคม 2513 ปัจจุบันอายุ 56 ปี จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 49
เริ่มรับราชการที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนเข้าสำนักงานของ “พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เขาได้เข้าสู่สายงานอารักขาบุคคลสำคัญ
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ“ผู้กำกับหนุ่ย” คือได้มาเป็นนายตำรวจติดตาม “ทักษิณ ชินวัตร” และเมื่อ “ทักษิณ” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับหนุ่ย ก็ได้ติดตามอารักขา เป็น“บอดี้การ์ด” คู่ใจ จนคนในครอบครัวชินวัตร ไว้วางใจมากที่สุด
ด้วยเหตุที่เป็นนายตำรวจหนุ่มหล่อ หน้าตาดี จึงไม่ได้เป็นแค่ “บอดี้การ์ด” ธรรมดาๆ แค่อยู่ใกล้ชิดดูแลความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ติดต่อ ประสานงานในหลายภารกิจที่สำคัญๆ ด้วย
ในช่วงที่คนของตระกูลชินวัตร ครองอำนาจ เป็นนายกรัฐมนตรี “ผู้กำกับหนุ่ย”จะถูกเรียกใช้ ให้มาเป็น“บอดี้การ์ด”เสมอ
ทั้งนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายกฯเศรษฐา ทวีสิน และ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร
เรียกว่า เป็น “บอดี้การ์ด 5 นายกฯ”
แต่ช่วงของ “นายกฯยิ่งลักษณ์” นั้น คนทั่วไปจะรู้จักผู้กำกับหนุ่ย มากที่สุด เพราะภาพที่เห็นเป็นประจำ คือ นั่งรถนำขบวน เดินประกบตัวนายกรัฐมนตรี ควบคุมทีมอารักขา ประสานงานกับหน่วยข่าว และตำรวจในพื้นที่
ด้วยความใกล้ชิดดังกล่าว จึงถูกมองว่า “ผู้กำกับหนุ่ย” เป็น “คนในครอบครัว” มากกว่าจะเป็นเพียงตำรวจติดตามธรรมดา
หลัง“ลุงตู่”ทำรัฐประหาร ในปี 2557 “ยิ่งลักษณ์” พ้นจากตำแหน่งนายกฯ แต่ “ผู้กำกับหนุ่ย”ก็ยังคงรับราชการตำรวจ
ต่อมาในปี 2562 มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กรณีมีภาพ “ผู้กำกับหนุ่ย” เดินทางติดตาม “ยิ่งลักษณ์” ไปรัสเซีย ช่วงฟุตบอลโลก 2018 แต่ภายหลังสามารถอุทธรณ์ และกลับมารับราชการได้ โดยไม่ได้ถูกให้ออกจากราชการ
สื่อจึงมอบฉายา “แมว 9 ชีวิต”
เพราะไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกี่ยุค กี่สมัย ทั้งรัฐบาลเลือกตั้ง รัฐบาลหลังรัฐประหาร รัฐบาลผสม... “ผู้กำกับหนุ่ย” ก็สามารถปรับตัว มีบทบาท เข้ากับขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไปได้
และในปี 2568 “ผู้กำกับหนุ่ย” ก็มีการเปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ โดยโอนย้าย จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และได้รับแต่งตั้งเป็น รองผู้อำนวยการสำนักงานป.ย.ป.
เป็นการเปลี่ยนจาก “สายอารักขา” ไปสู่ “สายบริหารนโยบาย”
ด้วยประสบการณ์ ด้านความมั่นคงและการประสานงาน จากงานอารักขาระดับนายกรัฐมนตรี ความเข้าใจระบบราชการ และฝ่ายการเมือง จากการทำงานใกล้ชิดผู้บริหารประเทศ
และวันนี้ “ผู้กำกับหนุ่ย” ก็ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูง ในสำนักนายกรัฐมนต


