กรณีการ “หลุดรั่ว” ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เผยแพร่ออกมานอกจากสร้างความเสี่ยงในด้านความเสียหายทั้งส่วนบุคคลและประเทศชาติ หากข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมและธุรกรรมผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการ “ตบหน้า” รัฐบาล ตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีดีอีที่กำกับดูแล เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าไร้มาตรการรักษาความปลอดภัย หรือรับมือกับภัยประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่แน่ใจว่าอีกไม่นานจะมีภาพ “หลุด” อะไรที่น่าอับอายกว่านี้ออกมาให้เห็นอีก<br><br>กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่อมีรายงานเรื่อง “ข้อมูลส่วนบุคคล” รั่วไหลออกไปสู่สาธารณะ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ จากเดิมมีรายงานว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลจาก กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News รั่วไหล ผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ โดยเปิดสาธารณะให้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจาก "ทะเบียนรถ" หรือจะเอาเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหา "การครอบครองรถ" โดยรู้ ทั้งประเภทรถ ยี่ห้อ สี ตัวถัง ครบ โดย อาจเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปซื้อขาย หรือ มิจฉาชีพนำไปหลอกลวงได้<br><br>ต่อมา กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และคาดว่า จะสามารถได้ข้อสรุปว่าข้อมูลหลุดมาจากช่องทางใดบ้าง<br><br>ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ความร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการเชื่อมข้อมูล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยราชการ รวมถึงเอกชน เช่น สถานตรวจประกอบการรถเอกชน ซึ่งขณะนี้ได้ติดตามตรวจสอบกับทุกหน่วยงานแล้ว<div><br><div>มีรายงานว่ากรมการขนส่งทางบก กำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทาง Cyber เช่น คณะกรรมการกำกับดูแลการปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร DPO เพื่อส่งข้อมูลการดำเนินการให้ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อแจ้งการกระทำความผิดทางไซเบอร์<br></div></div><div><br></div><div>ขณะเดียวกันปรากฏว่า มีข้อมูลส่วนบุคคล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่ภาพถ่ายติดบัตรประชาชนในชุดเสื้อสีส้ม และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมไปถึงข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย และนักการเมืองคนสำคัญบางคนถูกเผยแพร่ออกไป<br>ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร กล่าวหลังเข้าพบกับ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าได้สั่งการให้กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว<br><br>ด้าน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงดีอีได้ส่งตัวแทนมาร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรว กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว<br><br>อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบและประสานข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าข้อมูลที่รั่วไหลออกไปนั้นมีต้นทางมาจากระบบของกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้งสองหน่วยงาน เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป และร่องรอยการเข้าถึงระบบ เพื่อที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหลในครั้งนี้ต่อไป</div>
ตบหน้านายกฯ ความลับรั่ว ชาวบ้านสุดเสี่ยง !?


