สุโขทัย - ผู้ว่าฯสุโขทัย นำร่องเปิดทั้งจวน-ศาลากลาง ดูแลหมาจร พร้อมเสนอ อปท.สร้างศูนย์พักพิงหมาจร ที่เป็นปัญหาทั้งประเทศ ให้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นควบคุมการเลี้ยง จับฉีดวัคซีน-ทำหมัน ชี้สุนัขจรจัดไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดจากคนเลี้ยงแล้วทิ้งขว้างปัดความรับผิดชอบ
นอกจาก นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย จะปรับพื้นที่ในจวนผู้ว่าฯให้กลายเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ถูกทอดทิ้งและโดนทำร้าย รักษาอาการบาดเจ็บจนหายดี ก่อนที่จะหาบ้านใหม่ให้น้องหมาได้อาศัยอยู่ต่อไป
ล่าสุดยังได้ผุดไอเดียนำร่อง เปิดจุดให้อาหารสุนัขจรจัดหน้าจวนผู้ว่าฯ และบริเวณโรงจอดรถศาลากลางจังหวัดสุโขทัย พร้อมเตรียมขยายพื้นที่เพิ่มจุดให้อาหาร น้องหมาหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผวจ.สุโขทัย กล่าวว่า สุนัขจรจัดไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากคนที่เลี้ยงสัตว์แล้วไม่รับผิดชอบ การแก้ปัญหาสุนัขจรจัดควรแก้ไขให้ครบวงจร ทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
ต้นน้ำก็คือต้นทาง คนเลี้ยงสัตว์ต้องมีความรับผิดชอบ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถที่จะออกข้อบัญญัติท้องถิ่น จัดระเบียบควบคุมการเลี้ยงสัตว์ของประชาชน ให้เลี้ยงด้วยความรับผิดชอบ คนเลี้ยงต้องมีความพร้อม ให้อาหารได้ มีสถานที่ปลอดภัย เจ็บป่วยดูแลรักษาได้ ต้องฉีดวัคซีน ต้องทำหมัน ถ้ามีรั้วรอบขอบชิดก็เลี้ยงไว้ในบ้าน ไม่ปล่อยออกมาข้างนอกให้เป็นอันตรายต่อคนอื่น นี่คือต้นน้ำ ต้องจัดระเบียบการเลี้ยงสัตว์ของประชาชน
กลางน้ำ คือ การฉีดวัคซีนและทำหมัน เจ้าของต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่อยากทำหมันเพราะอยากให้มีลูก ก็ต้องเลี้ยงไว้ในรั้วรอบขอบชิด ดูแลสุนัขให้อยู่ในสถานที่ของตัวเอง แต่ถ้าบ้านไม่มีรั้วก็ต้องทำหมันสุนัข
ส่วนปลายน้ำก็คือ การทำศูนย์พักพิง สุนัขกระจายอยู่ในหลายที่ บางตัวก่อให้เกิดปัญหากับชุมชน อาจจะไปไล่กัด วิ่งตัดหน้ารถ หรือเป็นโรคพิษสุนัขบ้าขึ้นมา ต้องนำสุนัขเหล่านี้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย
หลายท้องถิ่นมีปัญหาเวลาชาวบ้านร้องเรียนสุนัขสร้างความเดือดร้อน พอไปจับเสร็จปุ๊บไม่มีที่รองรับ ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน บางที่ทำผิดกฎหมาย เอาไปปล่อยในป่า ปล่อยในบ่อขยะ หรือไปปล่อยอีกตำบลอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งผิดกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ ผิดข้อหาการเอาสัตว์ไปทิ้ง เพราะท้องถิ่นไม่มีสถานที่รองรับในการกักสัตว์ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข
แต่ก็มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยรองรับ ว่าสามารถทำสถานสงเคราะห์สัตว์ได้ จึงขอเสนอให้ท้องถิ่นต้องมีสถานสงเคราะห์สัตว์ ถ้ามีงบประมาณจำกัดก็รวมตัวกันได้ ในท้องถิ่น 10 แห่ง ใน 1 อำเภอ ก็อาจจะมี 1 ศูนย์ฯ หรือในจังหวัดอาจจะมี 3-4 แห่ง เพื่อรองรับสุนัขจรจัดที่กระจายอยู่ในหลายๆที่ เอามาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย
สุดท้ายถ้าไม่มีสถานที่จริงๆ สุนัขจรจัดไม่จำเป็นต้องเข้าศูนย์ฯทุกตัว เพราะบางตัวเป็นมิตรกับชุมชน อยู่ร่วมกับคนได้ ลูบหัวได้ ให้อาหารได้ จับฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าและทำหมัน ปล่อยให้เขาอยู่ในตลาด ในวัด ในโรงเรียนได้ เรียกว่า “สุนัขชุมชม” ทำปลอกคอแยกเป็นสี สีเขียวปลอดภัย สีเหลืองระวัง สีแดงคือเตือนอย่าเข้าใกล้ และถ้าจัดการทั้ง 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ก็เชื่อว่าปัญหาสุนัขจรจัดจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังมีการเผยแพร่ไอเดียนำร่องในการเปิดจุดให้อาหารสุนัขจรจัด พร้อมกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหมาจร ทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ทำให้ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็ชื่นชม ทั้งยังแสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดของผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และอยากให้ท้องถิ่นทุกจังหวัดใส่ใจทำตาม


