เสียภาษีมากสุด รัฐช่วยเหลือน้อยสุด “มนุษย์แบก” ประกันสังคม
กองทุนประกันสังคมถือเป็นกองทุนที่ใหญ่มาก มีเงินลงทุนสะสมกว่า 3 ล้านล้านบาท มีผู้ประกันตนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ 24 ล้านคน ดังนั้นพวกเขาควรได้รู้ว่าเงินที่จ่ายกันไปทุกเดือนออกดอกออกผลอย่างไร เพราะคนกลุ่มนี้เสียภาษีมากที่สุด แต่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐน้อยที่สุด และอย่าลืม 27 ก.ย.นี้ เตรียมเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่กันอีกครั้ง
นับเป็นเรื่องที่ถกกันมาโดยตลอดถึงความโปร่งใสในการลงทุนของกองทุนประกันสังคม วันดีคืนดีก็มีเรื่องอื้อฉาวโครงการลงทุนขาดทุนป่นปี้แต่ปกปิดกันเอาไว้ อาทิ การทุ่มงบประมาณราว 7,000 ล้านบาท จัดซื้ออาคาร SKYY9 ย่านพระราม 9 ที่ถูกแฉก่อนหน้านี้
ข้อเรียกร้องให้มีการบริหารกองทุนนี้อย่างมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล จึงมีมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนแทบไม่มีเสียงตอบรับจากสำนักงานประกันสังคม คราวนี้ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง เดินหน้ากระทุ้งและเกาะติดไม่ปล่อย
กรณ์ ได้โพสเฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาว่า ต้อง “Save คนทำงาน Save ประกันสังคม” หลังจากไปงาน KAsset Investment Bootcampg เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงกองทุนหนึ่งที่ใหญ่มาก คือกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินลงทุนสะสมอยู่กว่า 3 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน
ทุกคนคือ “มนุษย์แบก” ในสังคมไทยวันนี้ เขาคือมนุษย์เงินเดือน คนทำงาน ชนชั้นกลาง
คนกลุ่มนี้เสียภาษีมากที่สุดเมื่อเทียบสัดส่วนรายได้และทรัพย์สินที่มี แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐน้อยที่สุด
ถมคนกลุ่มนี้ภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียนลูก ค่ารักษาพยาบาล ค่ากินค่าอยู่
ดังนั้นอย่างน้อยเงินที่เขาสะสมมาในกองทุนประกันสังคม ควรจะได้รับการดูแลอย่างโปร่งใสและเป็นมืออาชีพ
แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น เพียงแค่เรื่องการรายงานผลตอบแทนในแต่ละปีของกองทุนก็ไม่โปร่งใสแล้ว
ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญและกรรมการลงทุนจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกต คือการรายงานปัจจุบันยังเน้นผลกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงตามหลักบัญชี มากกว่าการเปิดเผยผลตอบแทนที่สะท้อนมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ทั้งพอร์ตอย่างชัดเจน
หมายความว่า ตัวเลขที่รายงานไม่สามารถถูกนำไปเปรียบเทียบกับกองทุนสากลทั่วไป (อย่างเช่นของ KAsset หรือแม้แต่ กบข. ของข้าราชการ) และเราไม่สามารถมองเห็นมูลค่าปัจจุบันที่แท้จริงของกองทุนได้
ยกตัวอย่างคือ กองทุนจะรายงานผลกำไรของสินทรัพย์ที่ถูกขายไป (realised gain) แต่หากสินทรัพย์บางส่วนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ยังไม่ได้ขาย ผลกระทบนั้นอาจยังไม่ปรากฏอย่างครบถ้วนในตัวเลขที่ประชาชนเห็น
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะมันคือสิทธิในการรับรู้ของผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหลักประกันอนาคตของคนทำงานไทยทั้งประเทศ
เราจึงควรมีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า
1. ผลตอบแทนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวของกองทุนเป็นเท่าไร ในรูปของมูลค่าสุทธิของกองทุน (Net Asset Value)
2. ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยงที่รับไว้เป็นอย่างไร
3. ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิงและกองทุนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นอย่างไร
4. สัดส่วนการลงทุน ค่าธรรมเนียม ความเสี่ยง และหลักเกณฑ์การตัดสินใจลงทุนมีความโปร่งใสเพียงใด
นี่คือมาตรฐานความโปร่งใสที่คนทำงานไทยควรได้รับ
“เรื่องความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลของกองทุนประกันสังคม จึงต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง และเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ จะผลักดันต่อไปครับ”
ทั้งนี้ ในวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. กระทรวงแรงงาน ยืนยันจะมีการจัดเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ด สปส. โดยไม่มีกระบวนการชะลอหรือเลื่อน แม้ว่ากระทรวงฯ จะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองที่มีคำสั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และสั่งให้เดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนดเดิม ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ ไม่ใช่การล้มการเลือกตั้ง
กระทรวงแรงงาน คาดการณ์น่าจะมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 5 ล้านคน จึงเตรียมขยายหน่วยเลือกตั้งจากระดับจังหวัดลงลึกถึงอำเภอเพิ่มจาก 2,000 หน่วย เป็น 5,000 กว่าหน่วย ซึ่งการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมคือการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในอนาคต.
#มนุษย์แบก #Saveคนทำงาน #Saveประกันสังคม #กองทุน3ล้านล้าน #ความโปร่งใสประกันสังคม #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #เสียภาษีมากสุดรัฐช่วยเหลือน้อยสุด


