วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569

อวสาน “ตุ๊กตุ๊ก” เครื่องสันดาป ห้ามวิ่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ดัน “ตุ๊กตุ๊ก EV” ชู Green Tourism

 กลายเป็นประเด็นร้อนหลังจาก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ชงร่างกฎกระทรวง ห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อ หรือ “ตุ๊กตุ๊ก” เครื่องยนต์สันดาป เดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังและโบราณสถาน เว้นแต่เป็น “ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV)” และพ่วงอำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการกำหนดช่วงเวลา เพื่อควบคุมและจัดระเบียบมลพิษทางเสียงและอากาศ

ขณะเดียวกัน เกิดเสียงสะท้อนจากฝั่งผู้ประกอบการผ่านกลุ่ม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand ระบุว่า “กระทบกับการทํามาหากินและเป็นการผูกขาดมากเกินไป” การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถตุ๊กตุ๊ก EV ตามแนวนโยบายรัฐจะสร้างภาระหนี้ซ้ำเติมฝั่งผู้ประกอบการ และต้องไม่ลืมว่าคนขับรถตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ ดังนั้น ต้องมีมารตรการรองรับอย่างรอบคอบหากต้องการจัดระเบียบรถตุ๊กตุ๊กในพื้นที่เมืองอย่างยั่งยืน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ห้ามเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน พ.ศ. .... โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ ห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน เว้นแต่เป็นรถยนต์รับจ้างสามล้อไฟฟ้า หรือช่วงเวลาตามที่เจ้าพนักงานจราจรประกาศกำหนด โดยอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่  28 สิงหาคม 2569 ก่อนจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาปรับปรุงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

โดยหลักการระบุว่าเนื่องจากกรุงเทพมหานครชั้นในเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญของประเทศไทย เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามหลวงต่างๆ รวมทั้ง เป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญของชาติ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาเยี่ยมชม สมควรกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสำหรับรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อควบคุมและจัดระเบียบมลพิษทางเสียงและอากาศให้เกิดความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม หลังมีการเปิดฟังประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว กลุ่มผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊ก สะท้อนว่าเป็นการซ้ำวิกฤตเศรษฐกิจแรงงานหาเช้ากินค่ำ สะเทือนโครงสร้างอาชีพผู้ขับขี่ตุ๊กตุ๊ก ดังนั้น รัฐต้องพิจารณาอย่างรอบด้านโดยเฉพาะมาตรการรองรับฟากฝั่งผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เผยตัวเลขรถยนต์รับจ้างสามล้อ Motortricycle Taxi (Tuk Tuk) (รย. 8) จดทะเบียนสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 8,582 คัน ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เผยตัวเลขจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) รวมทั้งสิ้น 1,056 คัน

กล่าวสำหรับ รถตุ๊กตุ๊ก เป็นไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทย ในมิติด้านการท่องเที่ยวรถตุ๊กตุ๊กไทยมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว

ท็อฟฟี่ ผู้ประกอบการในวงการรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งชมรม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand ให้สัมภาษณ์ไว้ความว่า ต่างชาติไม่ได้บินมาไทยเพื่อนั่งรถ EV แต่ต้องการมานั่งรถตุ๊กตุ๊กไทยเพราะเสน่ห์ดั้งเดิมที่ไม่มีที่ไหนในโลก ถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนเป็น EV ทั้งหมด เอกลักษณ์ตรงนี้จะหายไป

โดยปัจจุบันมีการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทเอกชนวางระบบวิ่งรับงานผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งไม่เป็นที่นิยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ  

 นอกจากนี้ ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องการก่อมลพิษทางอากาศ ข้อมูลจากผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กบ่งชี้ว่า ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างที่วิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน จากยอดจดทะเบียนกว่า 8,000 กว่าคันนั้น โดยนำมาวิ่งให้บริการจริงหลายพันคันไม่มีรถใช้น้ำมันวิ่ง ซึ่งแทบทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส LPG เต็มระบบ ทว่า กฎหมายยังจัดอยู่ในหมวดเครื่องยนต์สันดาป ดังนั้น เรื่องมลพิษทางอากาศเรื่องควันดำ รถตุ๊กตุ๊กแทบไม่มีผลกระทบ

ขณะที่ เรื่องมลพิษทางเสียงซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าตุ๊กตุ๊กบางคันดัดแปลงท่อไอเสียจนเสียงดังเกินมาตรฐานก่อปัญหาขึ้นจริง แต่ผู้ประกอบการมองว่าการสั่งห้ามวิ่งทั้งหมดเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ อีกทั้ง ตามกฎหมายมีการคุมทั้งเรื่องระดับเสียงและมาตรการตรวจสภาพรถบังคับใช้อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ควรไปเข้มงวดกับรถที่กระทำผิดกฎหมายบังคับใช้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ดี ฝั่งผู้ประกอบการตุ๊กตุ๊กไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนผ่านสู่ EV เพียงแต่มีความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น หากรัฐเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ต้องมีมาตรการรองรับชัดเจน ประการสำคัญ หากขาดการเยียวยาที่ตรงจุด ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้ อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งใหม่บนท้องถนนกรุงเทพฯ

มาตรการดังกล่าวเป็นเสมือนเหรียญสองด้าน ในมุมหนึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Green Tourism) ประเทศไทยจะกลายเป็นโมเดลตัวอย่างในการปรับใช้ระบบขนส่งดั้งเดิมให้เป็นพลังงานสะอาด ตลอดจนคุณภาพอากาศจะลดการปล่อยคาร์บอนและฝุ่น PM2.5 ในเขตที่มีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวสูง รวมทั้ง ประหยัดค่าพลังงานระยะยาว หากผู้ขับขี่ตุ๊กตุ๊กเปลี่ยนมาใช้ EV จะลดต้นทุนด้านพลังงาน

ขณะเดียวกัน ข้อกังวลและอุปสรรคโดยเฉพาะภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งการเปลี่ยนจากรถเดิมเป็น ตุ๊กตุ๊ก EV มีต้นทุนสูง ลำพังพี่น้องคนขับตุ๊กตุ๊กอาจไม่มีกำลังทุนเพียงพอหากไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานอย่างแท่นชาร์จในเขตเมืองเก่ามีเพียงพอหรือไม่ สถาปัตยกรรมในเกาะรัตนโกสินทร์มีข้อจำกัดเรื่องการติดตั้งสถานีชาร์จขนาดใหญ่ เป็นต้น

สุดท้ายหากมีการจัดระเบียบ “รถตุ๊กตุ๊ก EV” ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน จะเกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของตุ๊กตุ๊กไทย. 


ขอบคุณภาพประกอบ : Tuk Tuk Racing CLUB Thailand