พาย้อนกลับไปทำความรู้จัก “วัดจุฬามณี” วัดดังแห่งเมืองสมุทรสงคราม ที่สร้างตำนาน “ท้าวเวสสุวรรณ” จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กแห่งศรัทธาที่ผู้คนทั่วประเทศรู้จัก จากวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลอง สู่จุดหมายของสายบุญและสายมูที่เคยคึกคักไปด้วยผู้คน
วันนี้ขอพาไปเปิดเรื่องราวของวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลอง พร้อมทำความรู้จักตำนาน “ท้าวเวสสุวรรณ” ที่สร้างชื่อให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
“วัดจุฬามณี” ตั้งอยู่ที่ ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ปัจจุบันมี พระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ศิษย์เอกของหลวงพ่อเนื่อง เป็นเจ้าอาวาส
เมื่อมาถึงวัดจุฬามณี จุดแรกที่ไม่ควรพลาดคือ “อุโบสถจตุรมุข” อุโบสถหลังใหม่ที่หลวงพ่อเนื่องและพระอาจารย์อิฏฐ์ร่วมกันสร้างจนแล้วเสร็จ โดยไฮไลต์สำคัญภายในอุโบสถคือพื้นหินอ่อนหยกที่นำเข้าจากประเทศปากีสถาน ปูเต็มพื้นที่ทั้งหลัง ให้ความรู้สึกเย็นสบายและมีความสวยงามโดดเด่น
หลังกราบไหว้พระประธานในอุโบสถแล้ว อีกจุดสำคัญคือ “กุฏิหลวงพ่อเนื่อง” ซึ่งสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ภายในประดิษฐานสรีระสังขารของหลวงพ่อเนื่องในโลงแก้ว ตั้งอยู่บนมณฑป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ากราบไหว้
แต่จุดที่ทำให้ชื่อของวัดจุฬามณีเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ต้องยกให้กับความเลื่องชื่อของ “ท้าวเวสสุวรรณโณ” ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้มีศรัทธานิยมเดินทางมากราบไหว้และขอพร โดยเชื่อกันว่าเป็นองค์ท้าวเวสสุวรรณที่มีความศักดิ์สิทธิ์และช่วยเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต
ที่วัดจุฬามณีมีท้าวเวสสุวรรณโณแตกต่างจากหลายแห่ง เพราะมีถึง 4 ปาง ได้แก่
ปางพรหมาสูติเทพ
ปางจาตุมหาราช
ปางเทพบุตรสูติเทพ
ปางมนุษย์
สำหรับสายมูที่ต้องการเสริมโชคลาภและความเป็นสิริมงคล อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นไป เจิมหน้ากับองค์เทวสุวรรณพรหมาสุติเทพ หรือท้าวเวสสุวรรณปางพรหม โดยมีความเชื่อว่าแป้งเจิมที่บริเวณนิ้วขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งหลวงพ่ออิฏฐ์ได้ประสิทธิ์ประสาทไว้ เมื่อนำมาเจิมหน้าผากจะเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มาสักการะ
และนี่คือ “วัดจุฬามณี” จ.สมุทรสงคราม อีกหนึ่งวัดดังใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาเดินทางมาไม่นาน เหมาะทั้งสำหรับสายบุญ สายมู และผู้ที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวชมวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลอง
นอกจากนี้ยังสามารถวางแผนเที่ยวต่อได้อีกหลายแห่ง ทั้ง ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดร่มหุบ ตลาดแม่กลอง และโบสถ์ปรกโพธิ์ค่ายบางกุ้ง
วัดเปิดให้เข้าทุกวัน เวลา 06.00-24.00 น.


