วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569

มาเลเซียคุมเข้ม “เดินป่า” หลังเป็นเทรนด์ใหม่ในโซเชียล ทำยอดหลงป่าพุ่ง

รัฐบาลมาเลเซียสั่งยกระดับมาตรการควบคุมการเดินป่าทั่วประเทศ หลังเทรนด์ในกระแสโซเชียลมีเดียส่งผลให้มีนักเดินป่าหลงทางหรือติดค้างอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจนต้องเข้ารับการช่วยเหลือ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากกรมดับเพลิงและกู้ภัยมาเลเซีย ซึ่งเปิดเผยต่อสื่อท้องถิ่น ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 มีเหตุการณ์นักเดินป่าหลงทางทั้งหมด 52 กรณี เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอรีมาห์ อับด์ คาริม สมาชิกสมาคมมัคคุเทศก์ป่าภูเขาที่ได้รับการรับรองของมาเลเซีย ให้ความเห็นเมื่อต้นปีว่า มีนักเดินป่าจำนวนมาก พกอุปกรณ์เพียงเล็กน้อย เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูเหมือนนักวิ่งเทรลมืออาชีพ โดยบางคนให้ความสำคัญกับการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจมากกว่าความปลอดภัยของตัวเอง ถึงขั้นยอมเสี่ยง และละเลยมาตรการด้านความปลอดภัย

ปัญหาดังกล่าว คาดว่ามาจากกระแสความนิยมในกลุ่มโซเชียลมีเดีย เมื่อมีอินฟลูเอนเซอร์สายแอดเวนเจอร์ มีการเดินป่าแบบ "Compressed Hike" หรือ การย่นระยะเวลาให้สั้นลงสำหรับพิชิตเส้นทางเดินป่าที่ยากลำบาก เช่น เดินป่าให้จบภายในวันเดียว หรือแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ในเส้นทางเดินป่าโหดๆที่โดยปกติแล้วต้องใช้เวลาหลายวัน

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์ว่ากระแสดังกล่าวทำให้การสัมผัสธรรมชาติกลายเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างผลงาน เช่น เทรนด์ "Bagging Peaks" ที่มุ่งพิชิตยอดเขาให้ได้มากที่สุด เพื่อสะสมจำนวนยอดเขาที่เคยขึ้นไปถึงมาตรการใหม่ของรัฐบาลมาเลเซียจึงประกาศออกมาเพื่อคุมเข้มปัญหาดังกล่าว อันประกอบด้วย การกำหนดให้ต้องมีไกด์นำทางในพื้นที่เสี่ยงสูง 189 แห่ง การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองก่อนออกเดินป่า และการสั่งห้ามการเดินป่าแบบ Compressed Hike ในบางพื้นที่

ไซเอ็ด อิบราฮิม ไซเอ็ด นอย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เปิดเผยต่อวุฒิสภามาเลเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การเดินป่าแบบ Compressed Hike ถูกสั่งห้ามแล้วในพื้นที่ภูเขาเสี่ยงสูงหลายแห่งทั่วประเทศ

"นักเดินป่าที่ประเมินความสำคัญของการเตรียมตัวต่ำเกินไป และได้รับอิทธิพลจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงต่อเหตุฉุกเฉินเพิ่มสูงขึ้น”

ไซเอ็ด อิบราฮิมกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองก่อนออกเดินป่า โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมต้องยื่นแบบแสดงข้อมูลสุขภาพ ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ และมีความคุ้มครองจากประกันภัย
เขากล่าวว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดความเสี่ยงที่นักเดินป่าจะหลงทางและป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อลดความจำเป็นในการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งต้องใช้งบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก”
ด้าน มูฮัมหมัด อาลิฟ อับดุลลาห์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ภูเขาแห่งมาเลเซีย กล่าวว่า จำนวนผู้สนใจกิจกรรมกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มาพร้อมกับการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน โดยระบุว่า แม้จะมีผู้คนสนใจหันมาเดินป่ามากขึ้น แต่หลายคนกลับไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของกิจกรรมดังกล่าว

“ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเพียงภาพความสวยงาม แต่ไม่สะท้อนความยากลำบากที่ต้องเผชิญระหว่างทาง ผลที่ตามมาคือ หลายคนตัดสินใจเดินในเส้นทางที่ท้าทาย ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์พื้นฐาน ขาดการฝึกฝนร่างกายที่เหมาะสม และประเมินศักยภาพของตนเองผิดพลาด สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลลดลง จากภาวะอ่อนล้าอย่างหนัก ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ หรืออาการแพ้ความสูงเฉียบพลัน” อาลิฟ อับดุลลาห์ กล่าว
ทั้งนี้ เหตุฉุกเฉินในป่าส่วนใหญ่มักเกิดจากจุดอ่อนหลายด้านที่สะสมต่อเนื่องกัน ปัจจัยเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ ความพร้อมของร่างกาย ลักษณะภูมิประเทศ ไปจนถึงการประเมินสภาพจิตใจของนักเดินป่า

ข้อผิดพลาดสำคัญที่พบเป็นประจำ ได้แก่ การไม่รักษาวินัยของทีม และการดื้อดึงไม่ยอมยุติการเดินทาง แม้สภาพอากาศจะเลวร้าย รวมถึงอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป ทั้งที่ขาดทักษะพื้นฐานด้านการนำทาง และการเอาชีวิตรอด