ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ต้องปิดฉากลงอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ หลังจากกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ตัดสินใจวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม บนพื้นฐานที่กังวลต่อความชอบด้วยกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธาน กสทช.
ต้นตอของวิกฤตการณ์นี้สืบเนื่องมาจากมติชี้ขาดของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติและถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งตามกฎหมาย ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงว่า อำนาจในการลงนาม นั่งเป็นประธาน หรือร่วมออกเสียงในวาระต่างๆ ยังคงมีความสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากดันทุรังเดินหน้าพิจารณาวาระ มติที่คลอดออกมาย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเพิกถอน และดึงให้กรรมการที่ร่วมลงมติเข้าร่วมรับผิดชอบทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขุมทรัพย์แสนล้านที่รอการเคาะ
หากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ปฏิเสธที่จะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม ทั้งที่รู้ดีว่าโอกาสได้รับชัยชนะในชั้นศาลปกครองมีอยู่ไม่มากนัก ต้องมองผ่านเลนส์ของผลประโยชน์มหาศาลที่เรียงรายรอการอนุมัติจากบอร์ด กสทช. ในขณะนี้ วาระสำคัญที่ตกค้างอยู่ซึ่งหมายถึงทิศทางอุตสาหกรรมและเม็ดเงินระดับหมื่นล้านถึงแสนล้านบาทที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่กำลังจ้องมองตาไม่กระพริบ
ประเด็นแรกคือ Digital TV Roadmap ซึ่งสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นหนังสือจี้ให้มีความชัดเจนเนื่องจากใบอนุญาตประกอบกิจการชุดปัจจุบันกำลังจะทยอยหมดอายุลงในปี 2572 การวางกรอบกติกาใหม่ การจัดสรรคลื่นความถี่ และการกำหนดค่าธรรมเนียม เป็นเค้กชิ้นโตที่ผู้ประกอบการและกลุ่มทุนสื่อต้องการหลักประกัน
ประเด็นต่อมาคือการผลักดัน National Streaming Platform (NSP) โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลระดับชาติที่จะเข้ามารองรับพฤติกรรมการรับชมผ่านออนไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนมหาศาลและการเลือกผู้บริหารแพลตฟอร์ม
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีวาระการจัดสรรคลื่นความถี่ดาวเทียมและสัมปทานโทรคมนาคมรอบใหม่ ซึ่งหากดุลอำนาจในบอร์ด กสทช. เปลี่ยนมือ ทิศทางในการเอื้อประโยชน์หรือกำกับดูแลกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อาจถูกพลิกโฉมหน้าไปโดยสิ้นเชิง
ฟ้องศาลปกครอง เกมยื้อเวลา
การปรับแผนการสู้ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ด้วยการยกประเด็นเรื่องขั้นตอนตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยยืนยันว่าตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ย่อมถือว่ายังมีอำนาจหน้าที่สมบูรณ์ทุกประการถือเป็นการโต้แย้งขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯพร้อมกับเร่งจัดเตรียมเอกสารยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน
การยื้อเวลาด้วยการเข้าสู่กระบวนการศาลปกครอง ไม่ได้ทำไปเพื่อหวังผลชนะในประเด็นคุณสมบัติเป็นหลัก แต่เป็นการสร้างสถานะ "สุญญากาศทางกฎหมาย" เพื่อชะลอการดำเนินการของฝ่ายบริหาร การส่งสัญญาณรอ “พระบรมราชโองการ” สร้างแรงกดดันต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายให้เกิดความระมัดระวังในการนำความกราบบังคมทูลฯ
การประวิงเวลาเช่นนี้ช่วยเปิดช่องให้ประธาน กสทช. นัดประชุมในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมพยายามกล่าวหากรรมการฝ่ายตรงข้ามว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และสร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
"หมอสรณ-ไตรรัตน์" ความเสี่ยงเช็กบิลย้อนหลัง
อีกหนึ่งปมปัญหาที่มองข้ามไม่ได้คือสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง ศ.คลินิก นพ.สรณ กับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ลงเรือลำเดียวกันในเกมการต่อสู้ครั้งนี้ การที่นายไตรรัตน์ ออกหน้าแถลงรับรองสถานะของประธานอย่างสุดตัว โดยอ้างว่าการไม่ให้ประธานปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่าย "ลดทอนพระราชอำนาจ" สะท้อนถึงการผูกชะตาอนาคตไว้ด้วยกันและเปิดช่องหาทางรอดทางกฎหมาย
หาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานฯ ชะตากรรมของนายไตรรัตน์ จะตกอยู่ในภาวะอันตรายทันที เนื่องจากกรรมการ กสทช. เสียงข้างมากที่เคยคัดค้านและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งรักษาการรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายไตรรัตน์ จะก้าวขึ้นมากำหนดทิศทางองค์กรอย่างเด็ดขาด นำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง การยกเลิกคำสั่งอนุมัติงบประมาณย้อนหลัง และการดำเนินคดีอาญา ม.157 จากการลงนามในเอกสารสำคัญร่วมกับประธานในช่วงเวลาที่มีข้อเคลือบแคลง
ความเสี่ยงที่จะถูกไล่เช็กบิลย้อนหลังอย่างถอนรากถอนโคนนี้เอง ที่ทำให้นายไตรรัตน์ต้องเดินหน้าสู้และใช้กลไกสำนักงาน กสทช. เป็นเกราะคุ้มกัน ศ.คลินิก นพ.สรณ จนถึงที่สุด
บทสรุปของเกมยื้อเก้าอี้ครั้งนี้จึงสะท้อนการสู้เพื่อความอยู่รอดทางคดีความและการรักษาขั้วอำนาจในขุมทรัพย์แสนล้าน ซึ่งยิ่งยื้อเวลานานออกไป ความน่าเชื่อถือของ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลระดับชาติ และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอกชน ยิ่งต้องรับภาระความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก.
แหล่งอ้างอิง
- ผู้จัดการออนไลน์. (27 กรกฎาคม 2569). ค้านมติสรรหา! 'หมอสรณ' จ่อฟ้องศาล ยันยังนั่งประธาน กสทช.
- มติชนออนไลน์. (27 กรกฎาคม 2569). รักษาการเลขากสทช. ชี้ลดทอนพระราชอำนาจ หากไม่ให้ สรณ ทำหน้าที่ประธาน.
- ผู้จัดการออนไลน์. (27 กรกฎาคม 2569). บอร์ด กสทช. ล่มไม่เป็นท่า 3 กรรมการวอล์กเอาต์ ค้าน 'หมอสรณ' นั่งประธาน.
- ผู้จัดการออนไลน์. (27 กรกฎาคม 2569). สมาคมทีวีดิจิทัลบุกทัก 'กสทช.' เคลียร์สถานะ 'หมอสรณ' ก่อนเคาะโรดแมป.


