วันอังคารที่ 15 กันยายน 2569

เจาะเบื้องหลังรอยปริศนา กกต.ไม่สั่งฟัน “ฝ่ายการเมือง” คดีฮั้วสว.

เจาะเบื้องหลังรอยปริศนา

กกต.ไม่สั่งฟัน “ฝ่ายการเมือง” คดีฮั้วสว.

เจาะเบื้องหลังรอยปริศนาที่ทำให้ กกต. มีมติ "ไม่ส่งฟ้อง" ฝ่ายการเมืองทั้ง 20 คนในคดีฮั้ว สว. แม้ในการแถลงข่าวของประธาน กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 จะไม่ได้มีการกางคำวินิจฉัยลงลึกรายบุคคล แต่เมื่อแกะรอยจากคำให้สัมภาษณ์ของกรรมการ กกต. ตลอดจนภาพรวมของสำนวน สามารถสรุปเหตุผลทางกฎหมายที่ถูกนำมาใช้เป็น "เกราะคุ้มกัน" ฝ่ายการเมืองให้รอดพ้นสันดอนตามคาด ดังนี้

หนึ่ง จุดตัด "ไร้รอยต่อเส้นทางการเงิน" เหตุผลหลักที่ทำให้ระดับบิ๊กเนมและกรรมการบริหารพรรคการเมืองค่ายสีน้ำเงินรอดพ้นข้อหาทั้งหมด คือการขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านเส้นทางการเงิน ซึ่งประเด็นนี้ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในกรรมการการเลือกตั้ง เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า คดีนี้ไม่มีเส้นเงินเชื่อมโยงไปถึงแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้ กกต. ไม่สามารถชี้มูลความผิดว่ามีการสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งฮั้วโหวต สว. ได้

สอง ยุทธการ "มีม้าทำแทน" ตัดตอนความรับผิดชอบ โครงสร้างการฮั้ว สว. ครั้งนี้ถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมแบบ "องค์กรอาชญากรรม" ที่มีการใช้ระบบตัวแทนหรือนอมินี (ม้า) เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการแทน การสั่งการหรือการจัดตั้งโพยไม่ได้กระทำโดยตรงจากนักการเมืองระดับสูง ทำให้ห่วงโซ่หลักฐานทางกฎหมายถูกตัดขาด ไม่สามารถสาวไปถึงตัว "ผู้บงการ" หรือ "สปอนเซอร์ใหญ่" ได้

สาม การสกัด "พยานบุคคล" ในโค้งสุดท้าย เมื่อเส้นทางการเงินถูกชำระสะสางไปแล้ว หลักฐานเดียวที่จะมัดตัวฝ่ายการเมืองได้ตามมาตรา 76 คือ "พยานบุคคล" แต่การที่พยานรหัส 16 (นายเอกราช ช่างเหลา) ยื่นหนังสือขอกลับคำให้การที่เคยมัดตัวบิ๊กการเมืองทั้งหมด ทำให้ข้อกล่าวหาที่ว่ามีการใช้สถานที่ทำการพรรค หรือการปรากฏตัวของนักการเมืองระดับสูงเพื่อสั่งการ ขาดความน่าเชื่อถือทางกฎหมายไปโดยปริยาย

บทสรุปที่คมชัด การตัดสินใจของ กกต. สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้กระบวนการยุติธรรมทางการเมือง ความจริงที่ปรากฏในสังคม กับความจริงทางกฎหมาย มักเดินสวนทางกัน ฝ่ายการเมืองรอดพ้นบ่วงกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพราะสังคมเชื่อว่าบริสุทธิ์ แต่เพราะมีการออกแบบจุดตัดตอนหลักฐานไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล ปล่อยให้ "ม้า" แบกรับความผิด ขณะที่เจ้าของคอกยังคงเสวยอำนาจต่อไปอย่างลอยนวล.