หลังจาก “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาประกาศชัดว่า จะปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน
เหตุผลสำคัญคือ ตอนโหวตงบประมาณปี 2570 ฝ่ายค้านมีมติ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง” แต่กล้าธรรมกลับลงคะแนน “เห็นชอบ” งบประมาณของรัฐบาล
คือฝ่ายค้านบอกไม่เอา แต่กล้าธรรมบอกเอา!
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ตกลงกล้าธรรมยังจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอยู่หรือไม่
ยิ่งตอนนี้ฝ่ายค้านกำลังเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลอนุทิน” และมีการวางประเด็นไว้ ทั้งเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น เรื่องฮั้วสว. รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบรัฐบาล
แต่กล้าธรรม กลับมีท่าทีไม่ชัดเจนว่าจะร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือไม่
ตรงนี้แหละที่ทำให้สถานการณ์มันเปลี่ยน
เพราะจริงๆ แล้ว ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ก็ไม่ได้แสดงบทบาทแบบ “ฝ่ายค้าน” ที่ออกมาเดินเกมตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มตัวมากนัก แต่หนักไปทาง “ฝ่ายคอย” เสียมากกว่า
ในขณะที่เราเห็นพรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหว เห็นพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงจุดยืน เห็นฝ่ายค้านพยายามตั้งคำถาม เพื่อตรวจสอบรัฐบาล
แต่พรรคกล้าธรรม หลายจังหวะที่ผ่านมาภาพที่เห็นกลับเป็นการวางตัวที่แตกต่างออกไป คือไม่ได้เดินเกมชนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และเมื่อมาถึงการโหวตงบประมาณ ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างชัดขึ้น
ดังนั้น การที่วิปฝ่ายค้านจะบอกว่า ถ้าไม่พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวิปฝ่ายค้าน
แล้วหลังจากนี้กล้าธรรมจะไปอยู่ตรงไหน? ... คำตอบอย่างไม่เป็นทางการ คือ ขยับไปอยู่ฝั่งรัฐบาล!
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวเรื่องการพูดคุยทางการเมืองระหว่างกล้าธรรม กับฝ่ายรัฐบาลมาเป็นระยะๆ
รวมถึงมีข่าวเกี่ยวกับการจัดสรรโควตารัฐมนตรีให้ กล้าธรรม หากเข้าร่วมรัฐบาล
ตัวเลขที่เคยปรากฏในข่าว คือ ประมาณ 3 เก้าอี้
แต่วันนี้ยังไม่ยืนยัน ว่ามีการปิดดีลกันไปแล้ว หรือ กล้าธรรมเข้ารัฐบาลเรียบร้อยแล้ว
แต่ฟันธงได้ว่า สถานะของกล้าธรรมในฝ่ายค้าน ได้เปลี่ยนไปแล้ว! และเป็นการเปลี่ยนก่อนที่ฝ่ายค้าน จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพอดี
เดิมฝ่ายค้านจะเดินเกมซักฟอกรัฐบาลโดยมีพรรคต่างๆ อยู่ในองค์ประกอบร่วมกัน แต่ถ้ากล้าธรรม ไม่ร่วมลงชื่อ ไม่ร่วมอภิปราย หรือไม่ร่วมลงมติ ฝ่ายค้านก็ต้องจัดขบวนใหม่ ตามที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” บอกออกมาแล้วว่า จะจัดองค์ประกอบฝ่ายค้านใหม่ เพื่อเดินหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ จึงต้องจับตา ว่า กล้าธรรม จะประกาศสถานะของตัวเองอย่างไร และถ้ากล้าธรรม ขยับเข้าสู่รัฐบาลจริง จะมีการปรับโควตารัฐมนตรีกันอย่างไร
เพราะนั่นมันหมายถึงการจัดสมดุลใหม่ภายในพรรคร่วมรัฐบาล... ใครจะเสียเก้าอี้ ใครจะต้องแบ่งเก้าอี้
หรือ ใครจะรักษาโควตาของตัวเองเอาไว้เหมือนเดิม
ตรงนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญว่าจะปิดดีลกันได้ลงตัวหรือไม่ อย่างไร
ท่าทีจาก “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เคยพูดออกมาแล้วว่า ไม่มีปัญหาถ้าพรรคกล้าธรรม จะเข้ามาร่วมรัฐบาล แต่โควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีของเพื่อไทย จะยังอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
ดังนั้น 3 เก้าอี้ ที่จะต้องจัดสรรให้ กล้าธรรม ก็ต้องมาจากโควต้าของพรรคภูมิใจไทย
อาจจะเป็น 1 เก้าอี้ ที่เว้นว่างเอาไว้ เพื่อรอ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” กับอีก 2 เก้าอี้ จาก “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่ผลงานไม่เข้าตา หรือ เป็นตัวแทนบ้านใหญ่ที่หมดประโยชน์ในทางการเมืองไปแล้ว
สมการการเมืองในช่วงนี้ จึงต้องจับตาว่า กล้าธรรมจะเลือกยืนตรงไหน และรัฐบาลจะเปิดพื้นที่ให้ยืนตรงไหน ซึ่งความชัดเจน น่าจะมีให้เห็นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ


