วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569

กฎใหม่สนามบินไทย!!เจ้าหน้าที่ค้นกระเป๋าโหลดใต้ครื่องได้เลย ไม่ต้องแจ้งผู้โดยสาร

รู้ไว้ก่อนเดินทาง กับกฎใหม่ของสนามบินไทย ที่จะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ได้ออกประกาศ ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์2569 เรื่องการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 

โดยกำหนดให้ผู้ดำเนินการสนามบินสาธารณะ มีอำนาจหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน หรือกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน ในกรณีที่สงสัยว่ามีวัตถุต้องสงสัย วัตถุระเบิด วัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือสิ่งอื่นใดที่ต้องห้ามบรรทุกไปกับเครื่องบิน โดยให้พนักงานตรวจค้นมีอำนาจเปิดสัมภาระนั้นเพื่อทำการตรวจค้น หากพบวัตถุต้องสงสัย วัตถุระเบิด วัตถุต้องห้าม วัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดที่ต้องห้ามบรรทุกไปกับอากาศยาน และให้มีอำนาจยึดวัตถุดังกล่าวไว้ได้โดยไม่คืนและดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

หมายความว่า ระหว่างตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้เครื่องแล้วพบสิ่งหรือเหตุอันควรสงสัยว่ามีวัตถุต้องห้ามในกระเป๋าสัมภาระ พนักงานตรวจค้นมีอำนาจเปิดกระเป๋าดังกล่าวได้โดยไม่ต้องตรวจค้นต่อหน้าผู้โดยสาร โดยจะมีการบันทึกภาพการเปิดสัมภาระและใส่เอกสารแจ้งการตรวจค้นไว้ภายในสัมภาระให้เจ้าของทราบเท่านั้น

ขณะที่ได้มีข้อแนะนำกับผู้โดยสารว่า ให้เลือกใช้อุปกรณ์หรือระบบล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วย Master Key หรือ TSA Master Tool เพื่อให้การเปิดตรวจค้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเป๋าของผู้โดยสาร เพราะหากเปิดกระเป๋าไม่ออก เจ้าหน้าที่สามารถทำลายกุญแจล็อกได้ โดยไม่ต้องชดเชย
ดังนั้นก่อนโหลดกระเป๋า อย่าดูแค่น้ำหนักกระเป๋าอย่างเดียว ต้องเช็กด้วยว่า“ของที่ใส่ลงไป สามารถโหลดใต้เครื่องได้หรือไม่”ขณะที่ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นและข้อสงสัยผ่านเพจของ CAAT เช่น ถ้าทำลายล็อกกระเป๋าของผู้โดยสารแล้ว แต่ภายในกระเป๋าไม่มีวัตถุต้องห้ามใดๆ จะให้เหตุผลกับผู้โดยสารอย่างไร หรือหากเกิดจากการวินิจฉัยผิดพลาดจากตัวเจ้าพนักงาน จะมีการชดเชยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารหรือไม่ หรือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เอาสิ่งของไม่ดีมายัดใส่กระเป๋าของผู้โดยสาร หรือหากมีการนำทรัพย์สินออกจากกระเป๋าไปใครจะรับผิดชอบ เป็นต้น