วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569

คำคิดจีน: จีนคนดี

คอลัมน์ในความเป็นไป

วรศักดิ์ มหัทธโนบล

ทุกสังคมย่อมมีคนดีคนกล้า แต่การเรียกคนดีคนกล้าของแต่ละสังคมอาจเรียกแตกต่างกันไปหรือมีคำเรียกเฉพาะ สังคมจีนมีคำที่ใช้เรียกคนดีคนกล้าว่า เห่าฮั่น (好汉) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า จีนคนดี โดยคำว่า เห่า แปลว่า ดี และคำว่า ฮั่น แปลว่า คนจีนหรือชาวจีน

แต่ความหมายจริง ๆ ของคำว่า เห่าฮั่น กลับหมายถึง ผู้กล้า คนที่มีความกล้าหาญ  แต่ที่น่าสนใจกลับอยู่ที่การใช้คำคำนี้ ด้วยว่าเป็นคำที่มักใช้เรียกคนที่ชอบเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน เช่น คนที่อ่อนแอถูกรังแกจากคนที่ที่แข็งแรง และมีคนมาพบเข้า คนที่พบคนนี้ก็รีบเข้าไปช่วยคนที่ถูกรังแกทันที คนที่เข้าไปช่วยคนนั้นแหละที่จะถูกเรียกว่า เห่าฮั่น

ความหมายข้างต้นทำให้เห็นว่า เวลามีเหตุการณ์คนที่อ่อนแอถูกรังแกจากคนที่แข็งแรงจริงนั้น ยากมากที่จะมีคนเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งนี้เพราะไม่ใช่ไร้น้ำใจ หากเป็นเพราะคนที่เป็นฝ่ายรังแกมักมีความแข็งแรงกว่าหรือมีอิทธิพลกว่า การเข้าไปช่วยเหลือจึงเสี่ยงที่จะถูกคนที่แข็งแรงกว่าทำร้าย ซึ่งคนที่คิดจะเข้าไปช่วยคงเห็นแล้วว่า ตนสู้กำลังของคนที่แข็งแรงไม่ได้ จนอาจเกิดอันตรายแก่ตนเอาได้

แต่ถ้าคนที่เข้าไปช่วยเหลือไม่มีกำลังแต่ยังเข้าไปช่วยก็ยิ่งแสดงว่า คนนั้นเป็นผู้กล้ายิ่งนัก คือเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามและกล้าหาญ แม้รู้ว่าตนไม่มีกำลังสู้ แต่ก็ยังเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่ห่วงชีวิตของตนแม้แต่น้อย คนเช่นนี้ก็นับเป็นคนกล้าได้

 เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้กล้าหรือเห่าฮั่นโดยมากมักมีฝีไม้ลายมือในทางการต่อสู้อยู่บ้าง เมื่อมาพบเข้ากับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ คนเช่นนี้ในด้านหนึ่งจึงเป็นคนที่มีคุณธรรมและจริยธรรมอยู่ในใจด้วย 

จากเหตุนี้ จีนจึงมีคำเรียกผู้กล้าที่แตกต่างกัน คือถ้าเป็นผู้กล้าจากที่กล่าวมาก็จะใช้คำว่า เห่าฮั่น  แต่ถ้าเป็นผู้กล้าที่มีฝีมือในการต่อสู้ มีจิตใจที่เสียสละ และมีพละกำลัง แล้วเข้าไปทำการใด ๆ เช่น สงคราม โดยไม่กลัวตาย ก็จะใช้คำว่า หย่งซื่อ (勇士) ที่แปลว่า นักสู้ นักรบ หรือผู้มีความกล้าหาญชาญชัย

นอกจากคำว่า หย่งซื่อ แล้วก็ยังมีคำอื่น ๆ ที่มีความหมายคล้ายกัน เช่น ยงกาน (勇敢) ยงชี่ (勇气) หรือแม้แต่คำว่า ยง (勇) คำเดียวก็ใช้กัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ด้วยว่าใช้ในขณะใด หรือเหตุการณ์ใด โดยคำทั้งหมดที่ยกมานี้จะสังเกตได้ว่ามีคำว่า ยง เป็นตัวยืนพื้น ในขณะที่คำว่า เห่าฮั่น จะแตกต่างออกไป

จากข้อสังเกตดังกล่าวจึงนำไปสู่ความหมายแฝงที่ทำให้คำว่า เห่าฮั่น มีความแตกต่างไปจากคำอื่นที่ยกมา ความหมายแฝงที่ว่าก็คือ คนที่จะถูกเรียกว่า เห่าฮั่น นั้นในด้านหนึ่งจะเป็นคนที่คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบ ซึ่งลักษณะนี้อาจไม่มีในคำเรียกอื่นที่ยกมา

ความแตกต่างดังกล่าวทำให้คำว่า เห่าฮั่น เป็นคำที่ค่อนข้างพิเศษ และเพราะเหตุนั้นจึงเป็นคำที่ใช้กันน้อย หรือถ้าใช้ก็จะใช้ในทำนองประชดไปเลยก็มี

อย่างหลังนี้จะยกตัวอย่างหนังหรือนิยายจีนกำลังภายในที่เรารู้อยู่แล้วว่า มักมีเหตุการณ์ที่มีผู้กล้าเข้าไปช่วยเหลือคนที่เสียเปรียบหรือคนที่อ่อนแออยู่เสมอ เช่น คน ๆ หนึ่งกำลังต่อสู้กับคนนับสิบคน คนที่อ่อนแอกว่ากำลังต่อสู้กับคนที่แข็งแรงกว่า หรือคนที่ใช้กำลังที่เหนือกว่าไปข่มเหงรังแกคนที่ไร้ทางสู้ เป็นต้น

แล้วจากนั้นก็มีผู้กล้าผ่านมาเห็นเข้าก็รีบเข้าไปช่วยเหลือ คนที่มีกำลังเหนือกว่าก็จะพูดกับคนที่เข้ามาช่วยเหลือว่า “อ๋อ....เอ็งอยากเป็นเห่าฮั่นกับเขาหรือไง?” เป็นต้น ซึ่งแสดงว่า คนที่เข้ามาช่วยเหลือนอกจากจะมีฝีไม้ลายมือ หรือที่ภาษาหนังหรือนิยายกำลังภายในเรียกว่า “มีวรยุทธ” แล้วก็ยังมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบอยู่ด้วย

คุณสมบัติอย่างหลังนี้ที่ว่ามีความรับผิดชอบนี้พึงขยายความด้วยว่า เป็นเพราะผู้กล้าคนนั้นเห็นว่า หากตนปล่อยให้คนพาลทำเช่นนั้นต่อไปจะไม่เป็นผลดีต่อส่วนรวม ไยมิตัดไฟแต่ต้นลมเสียตอนนี้ ยังอาจรักษาชีวิตผู้อื่นได้อีกมาก

คุณสมบัติอย่างหลังนี้จึงสะท้อนว่า เห่าฮั่น เป็นคนที่มีจิตสำนึกสูง

จะสังเกตได้ว่า การที่ถูกเรียกเช่นนั้น (จากตัวร้ายหรือตัวโกง) เป็นการเรียกเชิงประชดอยู่ในทีด้วย แต่ก็ทำให้ตัวละครดังกล่าวกลายเป็น “พระเอก” หรือ “นางเอก” ไปโดยปริยาย และเป็นโดยมีคุณสมบัติของความเป็นผู้กล้าในแบบ “เห่าฮั่น” อยู่กับตัว

เนื่องจากคำว่า เห่าฮั่น หรือ ผู้กล้า ซึ่งในที่นี้แปลตรงตัวว่า จีนคนดี มีความหมายดังที่กล่าวมา การใช้คำคำนี้จึงไม่ได้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ และทำให้คำที่นิยมใช้กันจึงเป็นคำที่ยกมาสองสามคำดังได้กล่าวไปแล้วข้างต้น  ถึงตรงนี้ก็มีคำถามว่า ถ้าเช่นนั้นแล้วคำว่า เห่าฮั่น ยังมีที่ใช้ในกรณีใด?

ประเด็นคำถามดังกล่าวน่าสนใจมาก เพราะมีผู้ศึกษาพฤติกรรมของจีนในมิติที่เกี่ยวกับการต่างประเทศของจีนเอาไว้ด้วย แล้วพบว่า จีนมีหรืออย่างน้อยก็เคยมีพฤติกรรม “เห่าฮั่น” อยู่ด้วย คือจีนมักให้ความเห็นอกเห็นใจประเทศที่ยากจน หรือประเทศเล็กที่ถูกประเทศที่มีอิทธิพลรังแกอย่างไร้ความเป็นธรรม แล้วจีนก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ 

อย่างเช่นในยุคสงครามเย็นจะเห็นได้ว่า จีนจะยืนอยู่ข้างประเทศโลกที่สามหรือประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา และด้วยความที่จีนเป็นมหาอำนาจ จีนก็ประกาศว่า แม้ตนจะถูกมองว่าเป็นผู้นำโลก แต่ก็ขอเป็นผู้นำประเทศโลกที่สามเท่านั้น

ความหมายของจีนก็คือว่า จีนจะใช้ความเป็นมหาอำนาจของตนเข้าให้ความช่วยเหลือก็แต่ประเทศโลกที่สาม เพราะเป็นประเทศที่มักถูกประเทศโลกที่หนึ่งข่มเหงรังแกอยู่เสมอ บางทีก็เข้าไปแล่เนื้อเถือหนังแย่งชิงเอาทรัพยากรของประเทศโลกที่สามไป จีนจึงขอทำหน้าที่ปกป้องประเทศโลกที่สาม

พฤติกรรมเช่นนี้ของจีนจึงเป็นพฤติกรรมของเห่าฮั่นนั้นเอง

ปัจจุบันนี้โลกของเราไม่ได้แบ่งเป็นประเทศโลกที่หนึ่ง โลกที่สอง และโลกที่สามแล้ว แต่เรียกเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา โดยที่จะว่าไปแล้วประเทศด้อยพัฒนาก็แทบจะไม่มีการเรียกกันแล้วเช่นกัน คงเหลือแต่ประเทศในสองประเภทแรกเท่านั้น

ส่วนจีนก็ไม่ได้ประกาศตนเป็นผู้นำประเทศโลกที่สามอีก ทั้งที่จีนในปัจจุบันมีความมั่งคั่งร่ำรวยและมีความมั่นคงสูงมาก แต่จีนใช้วิธีให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ แทน โดยเฉพาะการช่วยเหลือในการพัฒนา และประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือค่อนข้างสูงก็คือ ประเทศในแถบแอฟริกา

การให้ความช่วยเหลือของจีนแม้จะพอเรียกจีนว่า เห่าฮั่น ได้ แต่จีนก็ไม่เคยเรียกตัวเองเช่นนั้น เพราะของแบบนี้ต้องให้คนอื่นเป็นคนเรียก ขืนเรียกเองจะเป็นการ “ยกหาง” ซึ่งไม่มีคนปกติที่ไหนทำกัน  (ยกเว้นโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ) ซ้ำร้ายยังมองจีนอีกว่า ที่เข้าไปช่วยเหลือนั้นแฝงการเอารัดเอาเปรียบประเทศเหล่านั้นเอาไว้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคำว่า เห่าฮั่น ก็ยิ่งห่างไกลจีนเข้าไปใหญ่ และเป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณ