ในห้วงยามที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังอยู่ในช่วงขาลงเพราะเจอกับเรื่องฉาวๆ ที่บั่นทอนคะแนนนิยมทางการเมืองให้ลดลงไปเรื่อยๆ ประกอบกับกระแสข่าวเรื่อง “ความขัดแย้งระหว่าง “เน หนู พิพัฒน์(#นนพ) ทำให้มีการโยน “สมการการเมืองใหม่” ออกมาเขย่าการเมืองไทยอีกครั้ง
นั่นก็คือ “สมการแดงผนึกเขียวโค่นน้ำเงิน”
ความเป็นไปได้ของ “สมการแดงผนึกเขียว” เจิดจรัสในทางการเมือง เมื่ออยู่ ๆ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อีกครั้ง หลัง “ไทกร พลสุวรรณ” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ “ดีลลับแดง-เขียว” ซึ่งอ้างว่ามีการพูดคุยกันที่ประเทศโมนาโก เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี รวมถึงลดบทบาทของบุคคลที่ถูกเรียกว่า “ครูใหญ่” ออกจากอำนาจทางการเมือง
ข้อความดังกล่าวระบุว่า “เมียครูใหญ่ควันออกหูเมื่อรู้ข่าว ดีลลับแดง-เขียว ที่โมนาโก 'งัดออกเสียง' เพื่อเปลี่ยนนายกฯ และถีบครูใหญ่ออกจากอำนาจแฝงการเมือง"
หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของข้อมูล รวมทั้งมีการเชื่อมโยงไปยังสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้
เรื่องนี้ ทวีความร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อมีการเชื่อมโยงกับการที่ “ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เดินทางไปที่โมนาโก พร้อมกับเสียงลือดังสนั่นไปทั่วว่า เป็นการเดินทางไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” เพื่อดีลลับตามสมการแดงผนึกเขียวโค่นน้ำเงิน
เล่นเอา เจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ยืนยันถึงกระแสข่าวว่าได้มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยที่ประเทศโมนาโก เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการ

เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีว่า “ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ”
ร.อ. ธรรมนัส ระบุอีกว่า “ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับ และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ (ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ถึงโมนาโก”
“ผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณ ก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ ไม่มีปฏิญญา Monaco”
ทั้งนี้ ร.อ. ธรรมนัส เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ส่วนตัวใช้เวลาปิดสมัยประชุมเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาและลูกๆ ซึ่งเป็นแผนการเดินทางที่วางเอาไว้ล่วงหน้ามาสักพักแล้ว โดยไม่มีการพบปะกับทักษิณแต่อย่างใด
ความจริงต้องบอกว่า สมการที่ถูกปล่อยออกมานี้น่าจะมีต้นสายปลายเหตุมาจากกรณีความขัดแย้งระหว่าง “นนพ” จนนายอนุทินและนายพิพัฒน์ต้องยืนยันว่า ไม่มีอะไร แต่ก็ไม่ทำให้ข้อสงสัยนี้ยุติลงไปอย่างสิ้นกระแสความ
ยิ่งเมื่อนำไปโยงกับความเคลื่อนไหวของ “ซ้อต่าย-กรุณา ชิดชอบ” ภรรยาของ “นายเนวิน ชิดชอบ” ที่ออกมาโพสต์เรื่อง “คนทรยศ” หลังนายอนุทินโพสต์ภาพถ่ายร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul พร้อมข้อความว่า “สัมพันธ์ #นนพ (หนู เนวิน พิพัฒน์) ร้าวฉานปาน Crème Brûlée”
ภาพในไอจีสตอรี่ระบุพิกัดว่า ซ้อต่ายกำลังพักผ่อนอยู่ในอังกฤษ แต่อะไรเป็นแรงดลใจให้ซ้อต่ายโพสต์ข้อความนี้
เบื้องแรก มีการตีความว่า หมายถึงนายพิพัฒน์ และก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกันที่จะหมายถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเฉพาะคำว่า “โตแล้ว อย่าซับซ้อน” ด้วยคนที่ “โตขึ้น” อย่างชัดเจน คือ นายอนุทิน เพราะขยับจากรัฐมนตรี ขึ้นเป็นนายกฯ ส่วนนายพิพัฒน์ เคยดำรงตำแหน่งในระนาบปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา สมการนี้ก็มีการจุดพลุขยายความลามไปถึง “ค่ายสีแดง-พรรคเพื่อไทย” อีกด้วย
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีการตั้งข้อสงสัยว่า การที่ “เป๋า-ไอลอว์” ออกมาเปิดศึกเรื่อง “ฮั้วสว.” แบบพลีชีพ พร้อมทั้งนำข้อมูลเรื่องเส้นเงินที่อ้างว่านำมาจาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือดีเอสไอ สาธยายให้สังคมได้รับทราบนั้น เป็นเพราะได้รับการหยิบยื่นข้อมูลมาจาก “พรรคเพื่อไทย” หรือไม่ อย่างไร

ด้วยต้องไม่ลืมว่า ก่อนที่ “แดง” จะตัดสินใจเข้าร่วม “น้ำเงิน” นั้น พวกเขาชูธงเรื่องฮั้วสว.อย่างเอาเป็นเอาตาย และดีเอสไอก็คือหน่วยงานสำคัญที่ “ค่ายสีแดง” ใช้ในการทะลวงไส้ “ค่ายสีน้ำเงิน”
ขณะที่นายพิพัฒน์ที่เจ็บช้ำน้ำใจจากการถูกยัดเยียด “ความยี้” เพื่อรักษาระบอบสีน้ำเงิน ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่เขาอาจจะคิด “ย้ายค่าย เปลี่ยนขั้ว” พร้อมกับขุมกำลังภาคใต้ที่เขามี สส.31 ที่นั่งอยู่ในมือ
อย่างไรก็ดี ถ้าหากพิจารณา “คณิตศาสตร์ทางการเมือง” แล้ว โอกาสที่จะเกิดสมการดังกล่าวจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ได้นั้น จะเห็นได้ชัดว่า มีความเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกปล่อยออกมาเพื่อ “ต่อรองทางการเมือง” เพื่อตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่าง “นนพ”
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สูตรรัฐบาล ณ ขณะนี้ จะดำรงอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้น การจับมือกันในทางลับก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องรอให้สถานการณ์สุกงอมเท่านั้น ด้วยการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร(ถ้าผลประโยชน์ลงตัว)


