วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569

“ม.แม่ฟ้าหลวง”ยันเลิกสัญญากิจการร่วมค้า “ไชน่า เรลเวย์ฯ”เอง พร้อมเรียกค่าปรับ-ฟ้องศาลแล้ว

เชียงราย – นิติกรมหา’ลัยแม่ฟ้าหลวง แจงยิบ..ยันไม่ได้ถูกทิ้งงานก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ฯ แต่ มฟล.สั่งเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้า ที่มี“ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10”บริษัทรับเหมาสร้างตึก สตง.ถล่ม ร่วมด้วย หลังพบสร้างล่าช้า พร้อมเรียกค่าปรับ-เรื่องถึงศาลแล้ว

กรณีเพจ CSI LA ได้ออกมาตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ร่วมก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม ได้ทิ้งงานก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงใครจะรับผิดชอบ?" นั้น

วันนี้(30 ก.ค.) นิติกรของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ม.แม่ฟ้าหลวง ขอชี้แจงถึงความคืบหน้า “โครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.)” ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน

มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยประกาศเชิญชวนทั่วไป ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งกิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด กับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับคัดเลือกเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารดังกล่าว กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

ตลอดระยะเวลาสัญญา มหาวิทยาลัยได้กำกับการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ มีที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง และมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ซึ่งติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของผู้รับจ้างมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากงานก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานและไม่สามารถแล้วเสร็จตามกำหนดได้ มหาวิทยาลัยจึงได้บอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 พร้อมเรียกค่าปรับตามเงื่อนไขสัญญา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน

ปัจจุบัน คดีที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จ.เชียงราย โดยมหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและเงื่อนไขสัญญาในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับจ้าง การควบคุมงานก่อสร้าง จนถึงการบังคับใช้สัญญาเมื่อเกิดความล่าช้า และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไปเมื่อมีพัฒนาการเพิ่มเติม

สำหรับโครงการดังกล่าว มฟล.ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 468 ล้านบาท มีการจัดซื้อจัดจ้างเมื่อปี 2564 ต่อมาเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและมีเหตุอาคาร สตง.ถล่มและมีการตรวจสอบพบหนึ่งในเอกชนที่ก่อสร้างโครงการเป็นรายเดียวกับที่ก่อสร้างอาคาร สตง.ด้วย

ทาง ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี และคณะผู้บริหาร จึงได้ตรวจสอบพร้อมแถลงว่าอาคารทุกหลังออกแบบเพื่อรองรับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว มีผลการทดสอบวัสดุทุกชนิด ถูกต้องตามรูปแบบรายการตามมาตรฐานที่กำหนด มีการกำหนดมาตรฐานของวัสดุโดยเฉพาะเหล็กต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก) มีการตรวจความแข็งแรงของโครงสร้าง ฯลฯ กระทั่งเกิดปัญหาความล่าช้าจนต้องมีการยกเลิกสัญญาดังกล่าว